ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ภิกษุผู้มีอันเที่ยวบิณฑบาตเป็นธรรมเนียมนั้น จะยินดีภัต 14 อย่างเหล่านี้มิได้ คือ สังฆภัต ภัตที่เขาถวายสงฆ์, อุทเทสภัต ภัตที่เขาถวายเจาะจง, นิมันตนภัต ภัตที่เขาถวายด้วยการนิมนต์, สลากภัต ภัตที่เขาถวายด้วยสลาก, ปักขิกภัต ภัตที่เขาถวายประจำปักษ์, อุโปสถิกภัต ภัตที่เขาถวายประจำวันอุโบสถ, ปาฏิปทิกภัต ภัตที่เขาถวายในวันขึ้นค่ำหนึ่งหรือแรมค่ำหนึ่ง, อาคันตุกภัต ภัตที่เขาถวายแก่พระอาคันตุกะ, คมิกภัต ภัตที่เขาถวายแก่ภิกษุผู้เตรียมจะเดินทาง, คิลานภัต ภัตที่เขาถวายแก่ภิกษุอาพาธ, คิลานุปัฏฐากภัต ภัตที่เขาถวายแก่ภิกษุผู้อุปัฏฐากภิกษุอาพาธ, วิหารภัต ภัตที่เขาหุงต้มขึ้นในวัด, ธุรภัต ภัตที่เขาถวาย ณ ที่บ้านใกล้เรือนเคียง และ วารกภัต ภัตที่เขาผลัดกันถวายโดยวาระ.
แต่ถ้าภัตเหล่านี้เขาถวายโดยมิได้ระบุชื่อ โดยมีนัยว่า ขอภิกษุทั้งหลายรับสังฆภัต หรือขอสงฆ์จงรับภิกษา ณ ที่บ้านของพวกข้าพเจ้า ดังนี้ ภัตเหล่านั้นก็สมควร. ภัตที่อุบาสกอุบาสิกาหุงต้มจัดทำขึ้นในวัดก็ดี สมควรแก่ภิกษุผู้มีอันเที่ยวบิณฑบาตเป็นธรรมเนียม.
ว่าด้วยกรรมวิธีในปิณฑปาติกังคธุดงค์นี้ เพียงเท่านี้.
โดยประเภท แม้ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นธรรมเนียมนี้ ก็มี 3 ประเภทเหมือนกัน. ปิณฑปาติกภิกษุชั้นอุกฤษฏ์ จะรับภิกษาที่เขานำมาถวายข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้างก็ได้ แม้เมื่อพวกทายกซึ่งอยู่ประตูบ้านที่ตนไปถึงขอรับบาตรจะเทบาตรก็ได้ แม้จะรับภิกษาที่พวกทายกกลับไปนำมาถวายก็ได้ แต่ในวันนั้น ครั้นนั่งเสียแล้ว ย่อมไม่รับภิกษาอื่น.
ปิณฑปาติกภิกษุชั้นกลาง ในวันนั้นแม้ถึงจะนั่งเสียแล้วก็รับภิกษาอื่นอีกได้ แต่จะรับนิมนต์รับภิกษาเพื่อวันพรุ่งนี้ไม่ได้.