ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ปิณฑปาติกภิกษุชั้นต่ำ จะรับนิมนต์รับภิกษาแม้เพื่อวันพรุ่งนี้ก็ได้ แม้เพื่อวันต่อไปอีกก็ได้. แต่อย่างไรก็ตาม ปิณฑปาติกภิกษุ 2 จำพวกหลังนั้น ย่อมไม่ได้รับความสะดวกสบายในอันอยู่อย่างเสรี คงได้แต่เฉพาะปิณฑปาติกภิกษุชั้นอุกฤษฏ์เท่านั้น.
มีเรื่องสารกถาว่า ได้มีธรรมเทศนาเรื่องอริยวังสสูตรขึ้นในบ้าน ๆ หนึ่ง ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นธรรมเนียมชั้นอุกฤษฏ์ ได้ชักชวนภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นธรรมเนียมชั้นกลางและชั้นต่ำว่า อายุสทั้งหลาย เรามาไปฟังธรรมกันเถิด. ภิกษุรูปหนึ่งพูดขอตัวว่า ท่านครับ กระผมถูกโยมคนหนึ่งนิมนต์ให้ไปรับบิณฑบาต อีกรูปหนึ่งก็พูดขอตัวว่า ท่านครับ กระผมรับนิมนต์เพื่อภิกษาไว้กับโยมคนหนึ่งในวันพรุ่งนี้. ด้วยประการดังนี้ จึงเป็นอันว่าภิกษุ 2 รูปผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นธรรมเนียมชั้นกลางและชั้นต่ำนั้นเป็นผู้พลาดจากธรรม ส่วนภิกษุชั้นอุกฤษฏ์ออกบิณฑบาตแต่เช้ามืดแล้วก็ไป จึงได้เสวยรสพระธรรมสมประสงค์.
ว่าด้วยประเภทในปิณฑปาติกังคธุดงค์นี้ เพียงเท่านี้.
ในขณะที่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นธรรมเนียมทั้ง 3 ประเภทนี้ ยินดีต่อลาภอันเหลือเฟือ มีสังฆภัตเป็นต้นนั่นแล ธุดงค์ย่อมแตก คือหายจากสภาพธุดงค์. ว่าด้วยความแตกในปิณฑปาติกังคธุดงค์นี้ เพียงเท่านี้.
อานิสงส์ในธุดงค์นี้มีดังนี้ คือ โดยที่มีพระพุทธพจน์อยู่ว่า การบวชอาศัยโภชนะคือคำข้าวอันจะพึงได้ด้วยกำลังปลีแข้ง ดังนี้ ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นธรรมเนียมนั้น เป็นผู้มีข้อปฏิบัติสมควรกับปัจจัยอันเป็นเครื่องอาศัย เป็นการดำรงตนไว้ในอริยวงศ์ข้อที่ 2 คือความสันโดษในบิณฑบาต เป็นผู้ไม่มีพฤติการณ์เป็นที่เกาะอาศัยของคนอื่น เป็นผู้มีปัจจัยเครื่องอาศัยตรงตามที่พระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญไว้.