visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 975 | >>

นานัตตนัย

ส่วนการกำหนดลักษณะของใครของมันแห่งธรรมทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้น ชื่อว่า นานัตตนัย ซึ่งเป็นนัยที่เมื่อเห็นโดยถูกต้องย่อมละสัสสตทิฏฐิได้ เพราะเห็นความเกิดขึ้นแห่งสิ่งใหม่ ๆ เมื่อเห็นผิดไปย่อมจะยึดมั่นอุจเฉททิฏฐิ เพราะถือเอาเหตุผลอันตกอยู่ในสันดานเดียวกัน (คือมีสันตติเดียวกันดังกล่าวแล้ว) สันดานมาแตกลง (คือตาย) นั่นเองว่าต่างกัน (คือเป็นคนละอัน ไม่สืบต่อกัน) ไปเสีย

อัพยาปารนัย

ความที่อวิชชาไม่มีความขวนขวาย (คือไม่มีความคิดว่า) “สังขารทั้งหลายข้าทำให้เกิดขึ้น” หรือว่าสังขารไม่มีความขวนขวาย (คือไม่มีความคิด) ว่า “วิญญาณข้าทำให้เกิดขึ้น” ดังนี้เป็นอาทิ ชื่อว่าอัพยาปารนัย ซึ่งเป็นนัยที่เมื่อเห็นโดยถูกต้อง ย่อมละอัตตทิฏฐิ (ความเห็นว่ามีอัตตา) ได้ เพราะหยั่งรู้ความไม่มีผู้สร้าง เมื่อเห็นผิดไปย่อมจะยึดเอาอกิริยทิฏฐิ เพราะไม่ถือเอาความเป็นเหตุแห่งธรรมทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้น ซึ่งแม้เมื่อความขวนขวายไม่มี ก็มีได้โดยสภาวะนิยม

เอวังธัมมตานัย

ส่วนนัยว่า “ความเกิดขึ้นแห่งผลมีสังขารเป็นต้น ย่อมมีแต่เหตุมีอวิชชาเป็นต้นเท่านั้น ดุจความเกิดขึ้นแห่งนมส้มเป็นต้น ย่อมมีแต่่นมสดเป็นต้นฉะนั้นมิใช่อื่น” (ดังนี้) ชื่อว่า เอวังธัมมตานัย ซึ่งเป็นนัยที่เมื่อเห็นโดยถูกต้อง ย่อมละอเหตุทิฏฐิและอกิริยทิฏฐิได้ เพราะหยั่งรู้ผลโดยสมควรแก่ปัจจัย เมื่อเห็นผิดไป ย่อมจะยึดมั่นอเหตุทิฏฐิและนิยมวาทะ เพราะไม่ถือเอาความเป็นไปแห่งผลตามควรแก่ปัจจัยแล้ว ยังถือว่าสิ่งอะไร ๆ มีได้เกิดแต่เหตุอะไร ๆ (ถือว่าสุดแต่โชคเคราะห์ที่ต่างหาก) แล

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka