visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 978 | >>

๑. นามรูปววัฏฐาน หรือ สังขารปริเฉท

[๖๖๓] โยคาวจรผู้ปรารถนาจะบรรลุ ทิฏฐิวิสุทธิ นั้น (ถ้าเป็น) สมถยานิกะ (ผู้มีสมถะเป็นทางดำเนิน) ครั้นออกจากรูปาวจรฌานและอรูปาวจรฌาน มานโดยนามหนึ่ง เว้นแต่เนวสัญญานาสัญญายตนะแล้ว ก่อนอื่นพึงกำหนดองค์ทั้งหลายของฌาน มีวิตกเป็นต้น และธรรมทั้งหลายที่ประกอบด้วยองค์ของฌานนั้น (เช่น เวทนา สัญญา เป็นต้น) โดยลักษณะ และรส (หน้าที่) เป็นต้น (ของธรรมนั้น ๆ) ครั้นแล้ว พึงกำหนดแม้ทั้งหมด (ดังกล่าวมา) นั้นว่า “นาม” โดยความหมายว่า “น้อมไป” เพราะมุ่งหน้าน้อมไปสู่อารมณ์ แต่แม้นั้นเมื่อโยคาวจรนั้นแหละจะพิจารณาดู นาม นั้นให้ใกล้ชิดเข้าไป จึงติดตามดูว่า นาม นี้อาศัยอะไร จึงเป็นไป ? ก็เห็นหทัยรูป (หัวใจ) เป็นที่อาศัยของนาม เปรียบเหมือนบุรุษเห็นภายในเรือน จึงติดตามมันไป ก็พบที่อาศัยของมันฉะนั้น ครั้นแล้ว โยคาวจรผู้นั้นก็กำหนด รูป ว่า ดูกรูปทั้งหลายเป็นที่อาศัยของหทัยรูป และอุปาทายรูปทั้งหลายก็นอกนั้นก็อาศัยดูกรูป ท่านโยคาวจรนั้น กำหนดแม้ทั้งหมดนั้นว่า “รูป” เพราะ (มัน) เสื่อมสลาย แต่นั้น ก็กำหนดนามและรูปโดยสังเขปว่า นาม มีการน้อมไปเป็นลักษณะ รูป มีการเสื่อมสลายเป็นลักษณะ ดังนี้

๑. กำหนดนามและรูปทางธาตุ ๔

[๖๖๔] ส่วนโยคาวจรผู้เป็น วิปัสสนายานิกะ (ผู้มีวิปัสสนาเป็นทางดำเนิน) ล้วน ๆ หรือว่า ผู้เป็นสมถยานิกะนั้นนั่นเอง กำหนดธาตุ ๔ โดยสังเขปหรือโดยพิสดาร ด้วยมุขในการกำหนดธาตุเหล่านั้น ๆ ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วใน จตุธาตุววัฏฐาน มุขใดมุขหนึ่ง ครั้นแล้วเมื่อธาตุทั้งหลายปรากฏชัดแจ้งแก่โยคาวจรผู้นั้นโดยรส (หน้าที่) และโดยลักษณะของมันตามเป็นจริง รูป ๑๐ ในเส้นผมซึ่งมีกรรมเป็นสมุฏฐาน ก็ปรากฏโดย กายทสกะ อย่างนี้ก่อนคือ ธาตุ ๔ สี ๑ กลิ่น ๑ รส ๑ โอชา ๑ ชีวิต ๑ กายประสาท ๑ และรูปอีก ๑๐ ก็ปรากฏโดย ภาวทสกะ (คือ ๑๐ เหมือนกายทสกะ ต่างกันแต่เปลี่ยนกายประสาท เป็น ภาวะ คือ เพศชาย หรือเพศหญิง) เพราะมีภาวะ (เพศ) อยู่ในเส้นผม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka