visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 979 | >>

ซึ่งมีกรรมเป็นสมุฏฐานนั้นเหมือนกัน และรูปอีก ๒๔ คือ โอชัฏฐกะ (รูปมีโอชะเป็นที่ ๘ ได้แก่ ธาตุ ๔ สี ๑ กลิ่น ๑ รส ๑ และโอชะเป็นที่แปด ๑) ซึ่งมีอาหารเป็นสมุฏฐาน ๑ โอชัฏฐกะ ซึ่งมีอุตุเป็นสมุฏฐาน ๑ โอชัฏฐกะ ซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐาน ๑ (๘ x ๓ = ๒๔) ก็ปรากฏในเส้นผมซึ่งมีกรรมเป็นสมุฏฐานนั้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น จึงปรากฏเป็นรูป ๔๔ - ๔๔ ในโกฏฐาส ๒๔ ซึ่งมีสมุฏฐาน ๔ ด้วยอาการดังกล่าวนี้

แต่ถ้าว่า ในรูปซึ่งมีอุตุและจิตเป็นสมุฏฐาน ๔ อย่างเหล่านี้ คือ น้ำเหงื่อ ๑ น้ำตา ๑ น้ำลาย ๑ น้ำมูก ๑ ปรากฏรูป ๑๖ - ๑๖ โดยโอชัฏฐกะ ๒ ส่วนในรูปซึ่งมีอุตุเป็นสมุฏฐาน ๔ เหล่านี้ คือ อาหารใหม่ ๑ อุจจาระ ๑ น้ำเหลือง ๑ น้ำมูตร ๑ ปรากฏรูป ๘ - ๘ โดยโอชัฏฐกะซึ่งมีอุตุเป็นสมุฏฐานแต่อย่างเดียวเท่านั้นด้วยประการฉะนี้

นี่เป็นนัย (แห่งการกำหนดรูป) ในอาการ ๓๒ ก่อน

แต่ เมื่ออาการ ๓๒ นี้ปรากฏชัดแจ้งแล้ว อาการอีก ๑๐ อย่างก็ปรากฏชัดแจ้ง ในอาการ ๑๐ อย่างนั้น ในส่วนที่เป็นความร้อน (เตโช) อันเกิดแต่กรรมซึ่งเป็นเครื่องย่อยอาหารที่กินเข้าไปเป็นต้น ปรากฏรูป ๙ คือ โอชัฏฐกะ (๘) และ ชีวิต (๑) ในส่วนที่เป็น ลมหัสสาสะปัสสาสะอันเกิดแต่จิต ก็ปรากฏรูป ๙ เหมือนกัน คือ โอชัฏฐกะ (๘) และเสียง (๑) แต่ในส่วนที่เหลืออีก ๘ ซึ่งมีสมุฏฐาน ๔ ปรากฏรูปเป็น ๓๓ - ๓๓ คือ ชีวิตนวกะ (๙) และโอชัฏฐกะ (๘) อีก ๓ (๙ + ๒๔ = ๓๓) เมื่ออุตุรูปและอุปาทายรูปทั้งหลายเหล่านี้เกิดปรากฏแก่โยคาวจรผู้นั้นด้วยอาการ ๔๒ โดยพิสดารด้วยประการดังกล่าวนี้ รูปทั้งหลายอีก ๒๐ คือ ถักขุทสกะ (๑๐) ๕ เป็นต้น และ หทยวัตถุทสกะ (๑๐) ก็เป็นรูปที่ปรากฏโดยวัตถุและทวารด้วย

โยคาวจรนั้น ครั้นรวมรูปแม้ทั้งหมดเหล่านั้นเข้าเป็นอันเดียวกันโดยลักษณะ คือความเสื่อมสลาย ก็เห็นว่า นี่คือรูป เมื่อโยคาวจรนั้นกำหนดเห็นรูปอย่างนี้แล้ว อรูปธรรมทั้งหลายก็ปรากฏทางทวาร อรูปธรรมนี้คืออะไรบ้าง ? คือ โลกียจิต ๘๑ ได้แก่ ปัญจวิญญาณ ๒ (๕ + ๕ = ๑๐) มโนธาตุ ๓ (และ) มโนวิญญาณธาตุ ๖๘ (รวม ๘๑) และเจตสิก ๗ เหล่านี้คือ ผัสสะ ๑ เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ ชีวิต ๑ จิตตวฏุติ ๑ และมนสิการ ๑ ซึ่งเกิดร่วมกับ (โลกีย) จิตเหล่านั้นโดยไม่แตกต่างกัน แต่โลกุตตรจิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka