Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ท่อไฟและท่อน้ำเป็นต้นดำเนินไป ถัดจากนั้นจึงทรงพิจารณาองค์ฌาน ๒ อย่าง [อุเบกขา
และเอกัคคตา] หลังจากนั้นทรงอธิษฐานว่าท่อไฟจงเป็นไปจากกายส่วนบน ต่อจากนั้น
จึงเข้าอภิญญาในกสิณนั้น ท่อไฟย่อมเป็นไปจากกายส่วนบนด้วยอำนาจของอภิญญา ต่อมา
พระองค์ทรงเข้าฌานที่เป็นบาทในอาโปกสิณ ถัดจากนั้นได้พิจารณาองค์ฌาน ๒ อย่าง
หลังจากนั้นจึงทรงอธิษฐานว่าท่อน้ำจงเป็นไปจากกายส่วนล่าง ลำดับนั้น ทรงเข้าอภิญญา
ในกสิณนั้น ท่อน้ำย่อมเป็นไปจากกายส่วนล่างด้วยอำนาจของอภิญญา แม้ยมกปาฏิหาริย์
อื่นก็มีนัยนี้เช่นกัน

วาระของปัจเวกขณจิต ๒ วาระๆ มีชวนจิต ๔ หรือ ๕ คราวเท่านั้น เพราะ
พระพุทธองค์ทรงประสงค์ความเป็นไปอย่างรวดเร็ว และในระหว่างวาระของชวนจิต ๒ วาระ
มีภวังคจิต ๒ ดวงเท่านั้น และปาฏิหาริย์ทั้ง ๒ อย่างย่อมปรากฏแก่ผู้พบเห็นประหนึ่ง
เป็นไปพร้อมกัน แต่ในปัจจุบันบางคนกล่าวถึงชวนจิต ๔ หรือ ๕ คราว แม้ในวิถีจิตที่
พิจารณาฌานของบุคคลผู้เริ่มปรารภความเพียร

๓๔. คำว่า อาทิกมฺมิกสฺส (บุคคลผู้เริ่มปรารภความเพียร) คือ บุคคลผู้เริ่ม
พากเพียรเพื่อความสำเร็จแห่งการเจริญภาวนา

คำว่า ปฐมกัปปนา คือ อัปปนาจิตที่เกิดก่อน ย่อมแล่นไปครั้งเดียวเท่านั้นใน
อัปปนาจิตต้นๆ นั้น หมายความว่า ย่อมแล่นไปในอัปปนาวิถีจิตของบุคคลผู้เริ่มปรารภ
ความเพียร ขณะนั้นมหัคคตชวนจิตทั้งหมดมีกำลังน้อย เพราะไม่มีอาเสวนปัจจัยจึงแล่นไป
ครั้งเดียว

ส่วนอภิญญาชวนจิตเป็นสภาพที่ประกอบไว้ เพื่อให้สำเร็จกิจมีการสำแดงฤทธิ์
เป็นต้น จึงไม่มีกิจที่ควรกระทำนอกจากการสำเร็จกิจ[ดังกล่าว] ได้แล่นไปครั้งเดียวในเวลา
เริ่มปรารภความเพียรบ้าง ในเวลาชำนาญแล้วบ้าง ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อภิญญาชวนนิ
จ สพฺพทาปิ (ส่วนอภิญญาชวนจิตย่อมแล่นไปครั้งเดียวเท่านั้นในทุกเวลา)

๓๕. อภิญญาชวนจิตเป็นต้นย่อมแล่นไปครั้งเดียว ฉันใด แม้รรคชวนจิตก็
แล่นไปครั้งเดียว ฉันนั้น เพราะไม่มีกิจที่ควรทำนอกจากการให้สำเร็จหน้าที่กำจัดกิเลส ฉะนั้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka