Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

๕๐. ในบรรดาวิถีจิต ๑๖ วิถีที่พึงเว้นในรูปาวจรภูมิ ท่านกล่าวว่า ปฏิฆชน-
ทตารุมณวชชิตานิ (ยกเว้นปฏิฆชนวนจิตและตทารัมณจิต) เพราะท่านจักกล่าวจิต ๖ ดวง
ในประโยคถัดไป

๕๑. พึงประกอบบทว่า วิถีจิตทั้งหลายยกเว้นปฐมมรรคจิต (โสดาปัตติมรรคจิต)
รูปาวจรจิต หสิตุปปาทจิต อรูปาวจรขั้นต่ำ และยกเว้นปฏิฆจิตและตทารัมณจิต ย่อม
เกิดในรูปาวจรภูมิ

แม้ในอรูปภูมินี้ ในบรรดาวิถีจิต ๓๘ ดวงที่พึงเว้น พึงทราบว่าจิต ๑๖ ดวง
จักกล่าวไว้ในประโยคต่อไป

๕๒. คำว่า สพฺพตถปาปิ (แม้ในภูมิทั้งปวง) คือ รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิทั้งหมด

๕๒. คำว่า ตํตํสาทรหิตานิ ตํตํทวาริกวิถิจิตตานิ น ลพฺภนฺเตว (วิถีจิตทั้งหลาย
ที่เป็นไปในทวารนั้นๆ ของบุคคลผู้ปราศจากปสาทรูปนั้นๆ ย่อมไม่เกิดแม้ในภูมิทั้งปวง)

ลำดับแรกในรูปาวจรภูมิ ปสาทรูป ๓ อันมีฆานปสาทเป็นต้นย่อมไม่มี ดังนั้น
วิถีจิต ๖ อย่างที่เกิดในฆานทวาร ชิวหาทวาร และกายทวาร จึงไม่เกิดแก่รูปพรหมผู้ปราศจาก
ฆานประสาท ชิวหาประสาท และกายประสาท ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]หมายเอาข้อความ
เหล่านั้น จึงกล่าวไว้[ในข้อ ๕๐] ว่า “เพราะท่านจักกล่าวจิต ๖ ดวงในประโยคถัดไป”

ส่วนในอรูปาวจรภูมิ ไม่มีปสาทรูปทั้ง ๕ ดังนั้น จึงไม่เกิดวิถีจิต ๑๖ ดวงโดย
จำแนกเป็นปัญจวิญญาณ ๑๐ มโนธาตุ ๓ และสันตีรณจิต ๓ ที่เกิดในปัญจทวาร ข้าพเจ้า
หมายเอาข้อความเหล่านั้นจึงกล่าวไว้[ในข้อ ๕๑] ว่า “พึงทราบการที่จิต ๑๖ ดวงกล่าวไว้
ในประโยคถัดไป” ส่วนในกามภูมิ ความปราศจากปสาทรูปนั้นๆ พึงประกอบโดยเนืองกับ
คนตาบอดเป็นต้น

อธิบายคาถาสรุป

๕๔. พึงประกอบบทว่า วิถีจิต ๔๐ ดวงย่อมเกิดในกามภูมิตามสมควร วิถีจิต ๒๔
ดวงย่อมเกิดในรูปภูมิเช่นเดียวกัน คือตามสมควร วิถีจิต ๔๒ ดวงย่อมเกิดในอรูปภูมิตาม
สมควร

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka