ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อนิฏฐารมณ์ย่อมไม่มีในพรหมโลก หรือในกามาวจรเทวโลก ๖ ชั้น ดังนั้น การ
กล่าวว่าอกุศลวิปากจิต ๔ ดวงเกิดได้ในรูปาวจรภูมิ พึงทราบตามสภาพของผู้ที่ดำรงอยู่
ในภูมิเหล่านั้นหรือผู้ที่มาสู่มนุษย์โลกนี้แล้วพบกับรูปารมณ์และสัททารมณ์ที่ไม่น่าพึงใจใน
มนุษย์โลกนี้
บางคนอ้างว่า “การประจวบกับอารมณ์ที่ไม่น่าพึงใจของพรหมผู้มาสู่มนุษย์โลกนี้
ย่อมมีได้ จิต ๔ ดวงนั้นจึงไม่เกิดในรูปภูมิ ดังพระอนุรุทธอาจารย์กล่าวว่า วิถีจิต ๖๐ ดวง
ย่อมเกิดในรูปภูมินั้น” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะแม้อารมณ์ที่เกิดขึ้นแก่พรหมผู้มาสู่
มนุษย์โลกนี้ก็ควรกล่าวว่าเกิดขึ้นในพรหมโลก เนื่องจากเกิดในอัตภาพของพรหม และพรหม
ผู้แม้จะดำรงอยู่ในพรหมโลกก็รับเอาอนิฏฐารมณ์ในมนุษย์โลกนี้ได้ เพราะพรหมทั้งหลาย
รับเอาอารมณ์จากที่ไกลได้
(๑๔๕) ข้อความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภาวนีเพื่อปฏิเสธตินั้นว่า “ส่วนในที่นี้ ไม่ควร
กล่าวว่าอนิฏฐารมณ์ไม่เกิดแก่พรหมผู้ดำรงอยู่ในพรหมโลกแล้วมองดูโลกนี้อยู่” ข้อความ
นั้นได้อนุญาตว่า “จิต ๔ ดวงนั้นที่เกิดแก่พรหมผู้ดำรงอยู่ในพรหมโลกแล้วมองดูโลกนี้อยู่
ชื่อว่าเกิดในพรหมโลกนั้น ส่วนจิตที่เกิดแก่พรหมผู้มาสู่มนุษย์โลกนี้ ชื่อว่าเกิดในโลกนี้”
ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะจิตที่เกิดขึ้นในกระแสจิตของเหล่าสัตว์ผู้นับเข้าในภูมินั้นๆ ควร
ชื่อว่าเกิดขึ้นในภูมินั้นๆ
๕๕. คำเป็นต้นว่า อิจุเจว์ (ลำดับจิตในทวารทั้ง ๖ ย่อมเป็นไปโดยมีภวังคจิตคั่น
ได้ตามสมควร อย่างไม่ขาดสายตลอดอายุขัย[ของบุคคล]อย่างนี้แล) เป็นคำลงท้าย
คำว่า ยถาสมภุว์ (ตามสมควร) คือ ตามสมควรแก่การเกิดขึ้นในภูมิ บุคคล ทวาร
และอารมณ์
คำว่า ภวังคันตริตะ คือ ลำดับจิตที่ถูกภวังค์คั่น