ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[คำว่า อสุกาย สำเร็จรูปมาจาก น ศัพท์ + สุร ศัพท์ + กาย ศัพท์ แปลง น เป็น อ, น
ศัพท์มีอรรถว่า “ไม่ใช่” สุร ศัพท์มีอรรถว่า “เทวดา” กาย ศัพท์มีอรรถว่า “หมู่, พวก” มีความหมาย
๕ ประการ คือ
ในบรรดาอสุรเหล่านั้น อสุรมีเทพเวปจิตติและเทพปหาราทะเป็นต้นนับเข้าใน
เทวดาชั้นดาวดึงส์ อสุรชื่อว่า วินิปาติกะ นับเข้าในเทวดาชั้นจาตุมหาราช อสุรที่เป็น
เวมานิกเปรตก็เหมือนกัน ดังข้อความในคัมภีร์อรรถกถาทั้งหลายว่า
วินิปาติกสุรา วิย ติเหตุกาปิ ทุเหตุกาปิ อเหตุกาปิ โหนฺติ.”
“อสุรผู้เป็นเวมานิกเปรตนั้นมีเหตุ ๓ บ้าง มีเหตุ ๒ บ้าง ไม่มีเหตุบ้าง เหมือน
อสุรชื่อว่า วินิปาติกะ”
ส่วนพญายมราชมีท้าวเวสสภูเป็นต้นพบในพระบาลีกถาวัตถุว่า
น เวสสภู โนตฺติ จ เปตฺติราชา โสโม ยโม เวสสวโณ จ ราชา.์
“เจ้าแห่งเวมานิกเปรตเหล่านี้ คือ ท้าวเวสสภู ท้าวโนตติ ท้าวโสมะ ท้าวยมะ และ
ท้าวเวสสวัณ”
แม้พญายมราชเหล่านั้นจะเป็นเจ้าแห่งเวมานิกเปรต มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก
ก็เกิดความสงสารในสัตว์ที่ไปอุบัติในนรก จึงครองราชย์ในนิรยภูมิเบื้องล่าง เปรตภูมิและ
นิรยภูมิทั้งหมดจึงเรียกว่า “ยมโลก” บ้าง “ที่อยู่ของพญายม” บ้าง
ยักษ์และรากษสที่ปรากฏโดยชื่อว่า “ยักษ์” ในเรจดีวิมานวัตถุ และชื่อว่า “รากษส”
ในสังกิจจชาดก ก็นับเข้าในเทพชั้นจาตุมหาราชิกา มีอัธยาศัยหยาบ กระทำกรรมโหดร้าย