Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

มนุษย์เหล่านั้นมีใจอาจหาญแกล้วกล้าวิจิตรยิ่งกว่าเหล่าสัตว์ที่เกิดในภูมิอื่นใน
จักรวาลอันไม่มีขอบเขต เพราะมนุษย์เหล่านี้สั่งสมกุศลกรรมบท อกุศลกรรมบท และกรรม
ที่ให้ผลในภพถัดไป[คืออนันตริยกรรมหรือมหคตกรรม]ได้บริบูรณ์

ในบรรดามนุษย์เหล่านั้น ชนชาวชมพูทวีปมีใจสูงส่งยิ่งนัก ส่วนชนทวีปอื่นก็เรียกว่า
มนุษย์ เพราะมีผิวพรรณเหมือนกับมนุษย์ชาวชมพูทวีป สมจริงดังพระพุทธวจนะว่า

ตีหิ ภิกขเว ลาเนหิ ชมพุทีปกา มนุสสา อุตตรกุรุก มนุสเส อธิคุณหนุติ.
เทเว จ ตาวตีเส. กตเมหิ ตีหิ ลาเนหิ. สุรา จ สตมฺนโต จ อิธิ พรหมจริยวาส จ.๕

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีปประเสริฐกว่ามนุษย์ชาว อุตตรกุรุทวีป
และเทวดาชั้นดาวดึงส์ด้วยฐานะสาม ฐานะสามอย่างคือ มีความแกล้วกล้า[ในการ
ทำบุญและบาป] มีสติ และประพฤติพรหมจรรย์ ในชมพูทวีปนี้ได้”

ฝ่ายนักไวยากรณ์กล่าวว่า “พระเจ้ามหาสัมมตะทรงได้รับสมญาว่า พระเจ้ามนู
ทั้งชนเหล่านี้ก็ดำรงอยู่ในธรรมที่เป็นจารีตประเพณีซึ่งพระองค์ทรงกำหนดไว้ จึงดำรงอยู่
ในฐานะแห่งบุตรของพระองค์ ดังนั้น บุตรของพระเจ้ามนู จึงชื่อว่า มนุษย์”

[นักไวยากรณ์บาลีกล่าวตามไวยากรณ์สันสกฤตว่า คำว่า มนุสส สำเร็จรูปมาจาก มน ศัพท์
+ อุสส ปัจจัย มีรูปวิเคราะห์ว่า มนุโน อปจจานิ มนุสสา = มนุษย์ คือ บุตรของพระเจ้ามนู]

แต่ในที่นี้ พระอนุรุทธอาจารย์กล่าวรูปอิตถลิงค์ เอกพจน์ว่า มนุสสา เพราะเป็น
คำไพพจน์ของภูมิ แม้คำอื่นก็มีนัยเดียวกัน

[คำว่า มนุสส เป็นรูปปุงลิงค์ แต่ในที่นี้ท่านหมายเอามนุษยภูมิ จึงกล่าวเป็นรูปอิตถลิงค์
เอกพจน์ว่า มนุสสา แม้คำว่า จาตุมหาราชิกา เป็นต้นที่กล่าวถึงภูมิ ก็มีรูปเป็นอิตถลิงค์เช่นกัน]

เหล่าเทวดาที่ท้าวมหาราชทั้ง ๔ ทรงปกครอง ชื่อว่า จาตุมหาราชิกะ ในบรรดา
ท้าวมหาราชเหล่านั้น ท้าวธตรฐเป็นจอมคนธรรพ์ ท้าววิรุฬหกเป็นจอมกุมภัณฑ์ ท้าววิรูปักษ์
เป็นจอมนาค ท้าวกุเวรเป็นจอมยักษ์

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka