ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
**คนธรรพ์** คือ เทวดาที่เกิดขึ้นในต้นไม้หอมด้วยการปฏิสนธิ หมายถึง เทวดาที่
สิงสถิตอยู่ที่ต้นไม้หอม คนธรรพ์เหล่านั้นพบในพระบาลี ๑๐ จำพวกโดยจำแนกตามรากไม้
หอมเป็นต้น
**กุมภัณฑ์** คือ รากษสที่ชื่อว่า ทานะ (อสูร)
ส่วนนาคและยักษ์ปรากฏชัดแล้ว
พวกเขาทั้งหมดนั้นมีอัธยาศัยทรามและมักทำกรรมหยาบช้า ท้าวมหาราชทั้ง ๔
จึงทรงแต่งตั้งบางตนเป็นกษัตริย์บ้าง เสนาบดีบ้าง เพื่อไม่ให้เบียดเบียนกันและกันและ
ปองร้ายมนุษย์
พึงกล่าวอาฏานาฎิยสูตรในที่นี้ อมนุษย์ที่เข้าสิงมนุษย์ ๔ ประเภทปรากฏใน
พระสูตรนั้น คือ ยักษ์ ยักษิณี, คนธรรพ์ คนธรรพ์หญิง, กุมภัณฑ์ กุมภัณฑ์หญิง และนาค
นาคี
[อาฏานาฎิยสูตร เป็นข้อความที่ท้าวกุเวรผู้ครองนครอาฏานาฎากมาทูลทูลพระพุทธเจ้า
ในขณะที่พระองค์ประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ แขวงกรุงราชคฤห์ เพื่อสวดคุ้มครองพุทธบริษัทและ
ทำให้มนุษย์เลื่อมใสพระศาสนา]
ในบรรดามนุษย์เหล่านั้น อมนุษย์ผู้กอปรด้วยโอภาสสิริสมบัติทางกาย เรียกว่า
**ยักษ์, เทพ, เทวดา**
ส่วนมนุษย์ผู้ปราศจากโอภาสสิริสมบัติทางกายมีรูปร่างน่าสะพรึงกลัว เรียกว่า **ยักษ์**
เทวดาผู้ถือกำเนิดในวิมานอันดำรงอยู่ที่ต้นไม้ ชื่อว่า **รุกขเทวดา**
เทวดาผู้ถือกำเนิดภายในต้นไม้ ชื่อว่า **คนธรรพ์** ซึ่งในโลกเรียกว่า **กัฏฐยักษ์**
(ยักษ์ไม้)
คนธรรพ์บางพวกกระทำกรรมชั่วไว้ก่อน ย่อมเกิดขึ้นภายในสรีระของสตรี ซึ่ง
ทางคัมภีร์พระเวทเรียกว่า โยคินี, ในโลก[คือชาวพม่า]เรียกว่า โชคินี และเรียกว่า ชุณหา
(ผีกะสือ) เพราะเป็นผู้มีแสงสว่างในเวลาเที่ยวแสวงหาอาหารในราตรีที่สว่างไสว [คือ
วันขึ้น ๑๕ ค่ำ]