Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

กุมภัณฑ์เป็นรากษสท้องใหญ่ตาโตซึ่งเรียกในโลกว่า ผู้เฝ้าสมบัติ เป็นผู้รักษา
แก้วมณีที่ภูเขาเวปุลละ รักษาต้นมะม่วงภายในป่าหิมพานต์ด้านใน พวกเขารักษาสถานที่
มีแก้วมณี ต้นไม้เจ้าป่า ต้นไม้โอสถทิพย์ ต้นไม้กลิ่นทิพย์ หรือสระน้ำ ย่อมบริโภค[ของ
หอมมีรากไม้เป็นต้น] ดังนั้น จึงเรียกว่า รากษส (ผู้รักษาแล้วบริโภค)

[คำว่า รุกขส (รากษส) แยกรูปศัพท์เป็น รุกข (รักษา) + อส (บริโภค) + ณ (ผู้) จึงมี
ความหมายว่า ผู้รักษาแล้วบริโภค]

คำว่า นาค, นาคี นี้มีความหมายว่า แม้ยักษ์ผู้เป็นเทพรักษาแผ่นดินที่เกิดภายใน
ภูเขาหรือภายในแผ่นดิน ก็เรียกว่า นาค ในที่นี้ ซึ่งเรียกว่าเทพพิทักษ์ธรณีในพระดำรัสว่า
ภูมิจาละ (การหวั่นไหวของแผ่นดิน) ในมหาปรินิพพานสูตร” การหวั่นไหวของแผ่นดิน
เกิดจากการเล่นระเริงของพวกเขา คำที่เป็นมนต์ของพวกเขากล่าวไว้ในพรหมชาลสูตรว่า
วตฺถุวิชชา (วิชาดูพื้นที่) ภูมิวิชชา (วิชาดูแผ่นดิน)*

ในบรรดามนุษย์เหล่านั้น อมนุษย์ผู้มีฤทธิ์ต่างๆ เข้าสิงกายมนุษย์ได้ เป็นผู้รื่นรมย์
ในบาป กระทำกรรมอันหยาบช้า ย่อมเที่ยวเบียดเบียนเหล่าสัตว์ด้วยรูปกายเดิมหรือรูปกาย
มีสุนัข แร้ง และกาเป็นต้นในเปรตและนรก ด้วยความมัวเมาในความสนุกสนานหรือด้วย
ความมัวเมาในความหิวกระหาย พึงทราบความทั้งหมดนั้นในพระสูตร ชาดก หรือคัมภีร์
พระเวท

คำว่า เตตติงสา คือ ภูมิที่เกิดของชน ๓๓ คนผู้บำเพ็ญกุศลร่วมกันแล้วไปเกิด
ร่วมกับบุรุษหัวหน้านามว่า มฆะ

คำว่า ดาวติงสา คือ ภูมิที่เกิดของชน ๓๓ คนนั้นนั่นแหละ โดยนิรุตตินัย [คือ
แปลงคำว่า เตตุ ใน เตตติงสา เป็น ดาว]

เทวโลกชั้นที่ ๒ นี้ในจักรวาลทั้งหมด เป็นที่อยู่ประจำของท้าวเทพ ๓๓ องค์มี
ท้าวปชาปติ ท้าววรุณะ และท้าวอีสานะเป็นต้นผู้ดำรงอยู่ในฐานะแห่งท้าวสักกะตามนัยที่
ปรากฏในชนวสสูตร ดังพระพุทธวจนะในอังคุตตรนิกายว่า

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka