ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
สหัสส์ จาตุมหาราชิกาน์ สหัสส์ ตาวตีสาน์ ๔
“สวรรค์ชั้นจาตุมหาราช ๑ พัน สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ๑ พัน” เป็นต้น
ส่วนบุรุษผู้เป็นบริวารของฆฆมาณพเป็นบุคคลผู้เกิดก่อนในฐานะของท้าวเทพที่
มีต่อๆ กันมานั้น และยังดำรงอยู่จนถึงบัดนี้ ดังนั้น รูปวิเคราะห์นี้จึงแสดงไว้ด้วยชน ๓๓
คนเหล่านั้น
บางคนอ้างว่า “ในวิธุรชาดกนี้ว่า อินฺทโคปภวณฺณทา ตาว ทิสุสนฺติ ตีสติ (รอย
คล้ายสีแมลงทับมีพบ ๓๐ แห่ง) ๑๐ คำว่า ตาว เป็นเพียงคำไวพจน์ของคำว่า ตีส ฉันใด ใน
คำว่า ตาวตีสา นี้ก็ฉันนั้น [คือคำว่า ตาว เป็นคำไวพจน์ของคำว่า ตึงสา ที่เพิ่มเข้ามาให้
คำสละสลวย ไม่มีความหมายว่า “สาม” เหมือนนัยแรก] ดังนั้น จึงควรมีความหมายที่
เหมาะสมว่า ชื่อว่า ดาวดึงส์ เพราะเป็นที่พำนักของสกุลท้าวเทพผู้ดำรงอยู่ในฐานะแห่ง
ท้าวสักกะ ๓๐ พระองค์ แต่ในคัมภีร์อรรถกถาได้ดำรินิรุตตินัยดังที่กล่าวไว้แล้วแสดงถึง
ท้าวสักกะจำนวน ๓๓ พระองค์ในเรื่องฆฆมาณพและในที่นั้นๆ” ความเห็นนั้นไม่สมควร
ดังพระพุทธวจนะในพระบาลีว่า
พฺรหฺมา สนงฺกุมาโร เตตฺตีเส อตฺตภาเว อภินิมฺมินิตฺวา เทวาน์ ตาวตีสาน์
ปลงฺเกสุ นิสีทิตฺวา. ๑๑
“พรหมสนังกุมารเนรมิตอัตภาพ ๓๓ พระองค์ ประทับ ณ บัลลังก์ของเทวดา
๓๓ พระองค์”
คำว่า ยามา เป็นพระนามของสกุลจอมเทพในเทวโลก แม้คำว่า สุยามา ก็เช่น
เดียวกัน แม้เทวโลกนั้นและเทวดาผูอุบัติเกิดในเทวโลกนั้นก็ได้ชื่อว่า ยามา เช่นกัน
ดุสิต คือ ภูมิซึ่งเป็นที่พึงใจเสมอ กล่าวคือ มีใบหน้าร่าเริงยินดียิ่ง เพราะ
เพียบพร้อม ด้วยสิริสมบัติอันไพบูลย์
นิมมานรดี คือ ภูมิซึ่งเป็นแดนเนรมิตสมบัติตามชอบใจแล้วรื่นรมย์ด้วยตนเอง
ปรนิมมิตวสดี คือ ภูมิซึ่งเป็นแดนทำความปรารถนาของตนให้เกิดขึ้นในโภค
สมบัติที่ผู้อื่นซึ่งรู้ความต้องการของตนเนรมิตให้