Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

พระดำรัสว่า “พรหมผู้ครอบงำ ๒,๐๐๐ จักรวาลด้วยรัศมีในกาย” คือ พรหมผู้
เป็นใหญ่ใน ๒,๐๐๐ จักรวาล

พรหม ๓ ประเภทนั้น [พรหมชั้นปาริสัชชา, พรหมชั้นปุโรหิต และพรหมชั้น
มหาพรหม] พำนักอยู่ในพรหมโลกชั้นเดียวกัน

ในบรรดาพรหมเหล่านั้น มหาชนในโลก[คือชาวฮินดู]ย่อมบูชาเทวดาประจำสกุล
ของตนๆ บางคนบูชาพระศิวะ บางคนบูชาพระนารายณ์ บางคนบูชามหาพรหม แม้เทวดา
รักษาบ้าน เทวดารักษาหมู่บ้าน และรุกขเทวดาเป็นต้นก็ถือว่าเป็นบริวารอุปัฏฐากพระศิวะ
ในการอุปมานั้น พรหมชั้นมหาพรหมเหมือนพระศิวะ พรหมชั้นปุโรหิตเหมือนเทวดา
รักษาบ้านเป็นต้น ส่วนพรหมชั้นปาริสัชชาเหมือนมนุษย์ทั้งหลาย

เทวดารักษาบ้านเป็นต้นไม่เห็นพระศิวะย่อมเคารพบูชา มนุษย์แม้ไม่เห็นเทพทั้ง
๒ ประเภทย่อมเคารพบูชา ฉันใด พรหมชั้นปุโรหิตย่อมไม่เห็นท้าวมหาพรหม ทั้งไม่รู้ที่
พำนักของท้าวมหาพรหม พรหมชั้นปาริสัชชาไม่เห็นพรหมทั้งสอง และไม่รู้ที่พำนักของ
พรหมทั้งสอง แต่เมื่อพรหมชั้นสูงเนรมิตรูปหยาบแล้วแสดงตนให้ประจักษ์จึงเห็นได้ ภูมิ
ชั้นสูงก็มีนัยเดียวกัน

ข้อความในอรรถกถาของพรหมนิมันตนสูตรว่า

พฺรหฺมา นํ ปกฺตินิ กสฺสจิ อปาทำ น คจฺุฉติ.๑๓

“รูปปกติของพรหมทั้งหลายไม่ปรากฏแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

ข้อความนั้นกล่าวไว้โดยมุ่งหมายว่า “รูปปกติของพรหมชั้นสูงมีพรหมชั้นปุโรหิต
เป็นต้น ย่อมไม่ปรากฏแก่พรหมชั้นปาริสัชชาเป็นต้น และแก่เทวดาหรือมนุษย์ใดๆ” ส่วน
รูปปกติของพรหมชั้นต่ำย่อมปรากฏแก่พรหมชั้นสูง ดังอรรถกถาของชนวสภสูตรกล่าวว่า

เหฏฺฐิมเหฏฺฐิมา หิ เทวา อุปริมเทวานํ โอฬาริกํ กตฺวา มาปิตเมว อตฺตภาว์ ปสฺสิตุํ
สโกนฺติ.๑๔

“เทวดาชั้นต่ำๆ สามารถเห็นอัตภาพของเทวดาชั้นสูงที่เนรมิตกระทำให้หยาบได้”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka