ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๑๐. ในชั้นที่ ๔ เวหัปผลา คือ พรหมผู้มีผลบุญไพบูลย์ อีกนัยหนึ่ง ผลบุญที่หวั่นไหว
โดยเนื่องด้วยอายุขัยสั้นและพื้นภูมิที่เป็นอันตรายเพราะไฟบรรลัยกัลป์เป็นต้น ย่อมมีแก่พรหม
๓ ภูมิชั้นต่ำผู้อุบัติด้วยโสมนัสสมานที่มีสภาพหวั่นไหว หมายความว่า ข้อความ[ในคัมภีร์
อภิธัมมัตถสังคหะ]ว่า “๖๔ กัปเป็นปริมาณอายุของพรหมชั้นสุภกิณหา” นั้นกล่าวไว้โดย
จำแนกตามพรหมผู้อุบัติตอนต้นกัปในชั้นนั้น แต่ผลบุญของพรหมผู้เกิดในภายหลังย่อม
หวั่นไหวไม่แน่นอนโดยจำแนกตามกัป ๖๓, ๒๒ หรือ ๖๑ กัปเป็นต้น แต่พรหมผู้อุบัติเกิด
ด้วยอุเบกขาฌานที่มีสภาพไม่หวั่นไหว ย่อมปราศจากผลบุญที่หวั่นไหวด้วยอันตราย
อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น พรหมผู้มีผลบุญเจริญเป็นพิเศษตามสมควรแก่อานุภาพของฌาน
จึงชื่อว่า เวหัปผลา
[คำว่า เวหัปผล มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- ผู้มีผลบุญไพบูลย์ = วิปุลํ ผลํ เอเตสนฺติ เวหัปผลา (วิปุล ศัพท์ + ผล ศัพท์ ฉัฏฐี-
พหุพพิหิสมาส)
- ผลบุญเจริญเป็นพิเศษ = วิเสเสน อีหิตํ วฑฺฒิตํ ปุญฺฌผลํ เอตุก อตฺถีติ เวหัปผลา
(วิ ศัพท์ + อีหิต ศัพท์ + ผล ศัพท์ สัตตมีพหุพพิหิสมาส)]
คำว่า อสัญญะ คือ ไม่มีนามขันธ์ ๔ ซึ่งถือเอาโดยมีสัญญาเป็นธรรมหลัก
อสัญญาสัตว์ คือ เหล่าสัตว์ไม่มีสัญญา
ความสงสัยในความไม่เป็นสัตว์มีอยู่แก่พรหมนั้น เพราะปราศจากจิตและเจตสิก
จึงกล่าวคำว่า “สัตว์” ไว้[ในคำว่า อสัญญาสัตว์]
พรหมทั้ง ๒ ประเภทนั้นพำนักอยู่ในชั้นเดียวกัน ความพิเศษโดยความเป็น
พรหมชั้นปาริสัชชา พรหมชั้นปุโรหิตา และพรหมชั้นมหาพรหม มีอยู่แก่พรหมทั้งหลาย
ตามสมควรแก่ฌาน เพราะฌานที่เกิดขึ้นมีความพิเศษคือฌานชั้นต่ำ ฌานปานกลาง และ
ฌานประณีต แต่การจำแนกภูมิโดยประเภทแห่งพรหมชั้นปาริสัชชาเป็นต้นย่อมไม่มี เพราะ
มีอายุเท่ากันและมองเห็นกันและกันได้
พรหมชั้นอวิหาเป็นต้นก็เช่นเดียวกัน