Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

สุทสาวาส คือ ภูมิซึ่งเป็นที่พำนักของพระอนาคามีและพระอรหันต์ผู้บริสุทธิ์เท่านั้น
เพราะไม่มีอนุสัยกิเลสือกามราคาและปฏิฆะหยาบ
พรหมผู้พำนักอยู่ในภูมิแรก ย่อมไม่สละฐานะของตนโดยช่วงเวลาเล็กน้อย ชื่อว่า
อวิหา

อีกนัยหนึ่ง พรหมผู้ไม่มีความลำบากใจที่เป็นการเจริญสมถะและวิปัสสนาไม่ได้
เพราะกำจัดสังโยชน์ ๕ ได้แล้ว ชื่อว่า อวิหา

[คำว่า อวิหา มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- ผู้ไม่สละฐานะของตนโดยช่วงเวลาเล็กน้อย = อุปฺปเกน กาเลน อตฺตโน ฐานํ น
วิชหนฺตีติ อวิหา (น บทหน้า + วิ บทหน้า + หา ธาตุ = สละ + อ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
- ผู้ไม่มีความลำบากใจ = นตฺถิ จิตฺตสฺส วิหญฺญนํ เอเตสนฺติ อวิหา (น ศัพท์ + วิหา
ศัพท์ ฉัฏฐีพหุปพีหิสมาส)]

พรหมผู้พำนักอยู่ในภูมิที่ ๒ ย่อมไม่เร่าร้อนด้วยความกระสับกระส่ายแห่งจิต
อย่างใดอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อตัปปา

พรหมผู้พำนักอยู่ในภูมิที่ ๓ ย่อมเห็นดีเพราะเพียบพร้อมด้วยปสาทจักขุ ทิพยจักขุ
ธรรมจักขุ และปัญญาจักขุ อันบริสุทธิ์ ชื่อว่า สุทัสสา

ส่วนพรหมผู้พำนักอยู่ในภูมิที่ ๔ ย่อมถึงพร้อมด้วยสภาพคือการเห็นดียิ่งกว่า
พรหมเหล่านั้น ชื่อว่า สุทัสสี โดยความจริงแล้ว อี ปัจจัยมักเป็นไปในอรรถว่า “ยิ่ง”

[ปัจจัยคือ อี เป็นตัทธิตปัจจัยที่แปลตามศัพท์ว่า “มี” มักแสดงอรรถที่ยิ่งกว่าอรรถธรรมดา
เช่นคำว่า ธนี (ผู้มีทรัพย์) สำเร็จรูปมาจาก ธน (ทรัพย์) + อี (มี) หมายถึง ผู้มีทรัพย์จำนวนมาก
คำว่า สุทัสสี ก็มาจาก สุทสฺส (การเห็นดี) + อี ปัจจัย (มี) พรหมชั้นสุทัสสีจึงมีการเห็นดียิ่งกว่า
พรหมชั้นสุทัสสา เพราะประกอบด้วย อี ปัจจัย]

พรหมผู้พำนักอยู่ในภูมิที่ ๕ ไม่มีคุณธรรมด้อยกว่าเหล่าสัตว์ผู้มีรูป เพราะไม่มี
รูปพรหมที่อยู่ในภูมิอื่นที่สูงกว่า ชื่อว่า อกนิฏฐา

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka