ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๑๒. คำว่า อากาสานัญจายตนภูมิ (อากาสานัญจายตนภูมิ) นี้ มีความหมายว่า ขันธ์ ๔ ที่ชื่อว่า อากาสานัญจายตนะ ย่อมมีแผ่ไปสู่สถานที่คืออากาศเพียงใด สถานที่คืออากาศที่กอปรด้วยขันธ์นั้น ชื่อว่า อากาสานัญจายตนภูมิ
ภูมิอื่นก็เช่นเดียวกัน
๑๓. พึงประกอบบทว่า ปุถุชน พระโสดาบัน และพระสกทาคามี ย่อมไม่ไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นสุทธาวาสโดยประการทั้งปวง
การปฏิเสธพรหมผู้ดำรงอยู่ในอนาคามิมรรคในภูมิชั้นสุทธาวาส ย่อมมีด้วยการปฏิเสธพระสกทาคามี ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่าพระอริยบุคคล ๓ จำพวกชั้นสูงมีอยู่ในภูมิชั้นสุทธาวาสด้วยคาถานี้
คำว่า เสสฏฐาเนสุ (ในภูมิที่เหลือ) คือ ในภูมิ ๒๑ ชั้นนอกจากภูมิชั้นสุทธาวาส ๕ อสัญญสัตวภูมิ และอบายภูมิ
คำว่า อนริยา (ผู้ที่มิใช่พระอริยเจ้า) คือ ปุถุชน
๑๖. คำว่า โอภกุฎติกฺขเณ (ในขณะที่ก้าวลง) คือ ในขณะปฏิสนธิ การปฏิสนธิเรียกว่า การก้าวลง เพราะการก้าวลงคือการเข้าไปในภพอื่น
พึงประกอบบทว่า ถัดจากนั้นจึงเป็นภวังคจิต
บางคนสารยายว่า ภวคุคปริโยสาเน (ในที่สุดแห่งภวังค์) ข้อความนั้นไม่สมควร
๑๗. ซัจจันธะ คือ คนตาบอดแต่กำเนิด
อาทิ (เป็นต้น) ศัพท์[ในคำว่า ซจุจนฺธาทีนี้ (แก่หมู่มนุษย์ผู้ที่ตาบอดแต่กำเนิดเป็นต้น)] ทำหน้าที่รวบรวมคนหูหนวกแต่กำเนิด คนมีจมูกไม่รับกลิ่นแต่กำเนิด คนเป็นใบ้แต่กำเนิด คนปัญญาอ่อนแต่กำเนิด คนเป็นบ้าแต่กำเนิด บัณเฑาะว์ อุภโตพยัญชนก และคนติดอ่างเป็นต้น