Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ผู้ถือปฏิสนด้วยกรรมที่ไม่สามารถก่อให้เกิดจักษุได้ ชื่อว่า คนตาบอดแต่กำเนิด
คนอื่นนอกจากนี้ก็มีนัยเดียวกัน

ผู้ปราศจากโสตประสาท ชื่อว่า คนหูหนวกแต่กำเนิด

ผู้ปราศจากฆานประสาท ชื่อว่า คนมีจมูกไม่รับกลิ่นแต่กำเนิด ส่วนผู้ปราศจาก
ชิวหาประสาทย่อมไม่มี

ผู้ปราศจากคำพูด ชื่อว่า คนเป็นใบ้แต่กำเนิด

ผู้ไม่อาจจะสอนให้เข้าใจทิศน้อยทิศใหญ่ได้ ชื่อว่า คนปัญญาอ่อนแต่กำเนิด

ผู้มีจิตวิปลาสเสมอ ชื่อว่า คนบ้าแต่กำเนิด

ผู้เข้าถึงอาการเปลี่ยนแปลงด้วยการดูดองคชาติเป็นต้นเพราะความใคร่ ชื่อว่า
บัณเทาะก์

ผู้ถึงพร้อมด้วยอวัยวะเพศสองชนิด ชื่อว่า อุภโตพยัญชนก

ผู้ปราศจากเพศทั้งสอง ชื่อว่า นปุงสกะ

ผู้มีถ้อยคำน่ารังเกียจ พูดคำหนึ่งๆ ด้วยความเพียรยิ่งแม้ในการพูดโดยปกติ
ชื่อว่า คนติดอ่าง

บุคคลผู้เกิดแล้วด้วยกรรมที่ก่อให้เกิดจักษุ กรรมนั้นหรือกรรมอื่นย่อมก่อให้เกิด
จักษุในปวัตติกาลได้ ส่วนบุคคลผู้เกิดด้วยกรรมที่ก่อให้เกิดจักษุไม่ได้ มีวัตถุรูป[คือจักขุวัตถุ]
วิบัติแล้ว กรรมอื่นที่ก่อให้เกิดจักษุในปวัตติกาลได้ย่อมไม่มี ดังนั้น ความเป็นคนตาบอด
แต่กำเนิดของบุคคลผู้เกิดในครรภ์จึงมีได้ในปฏิสนธิกาล คนหูหนวกแต่กำเนิดเป็นต้น
นอกจากนี้ก็มีนัยเดียวกัน

เวลาที่ควรเกิดจักษุ ชื่อว่า เวลาเกิดจักษุ ดังพระผู้มีพระภาคตรัสว่า

อายตนานํ ปฏิลาโภ ชาติ.๑๖

“การได้รับอายตนะทั้งหลาย[มีจักขุเป็นต้น] ชื่อว่า ชาติ (การเกิด)”

บุคคลผู้ไม่มีจักษุเกิดขึ้นในปฏิสนธิกาลนั้น ชื่อว่า คนตาบอดแต่กำเนิด

โดยประการดังนี้ โปรดทราบเวลาเกิดอายตนะนั้นๆ โดยเนื่องกับเวลาที่สมควร

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka