ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
แก่การเกิดของตนๆ หากเป็นตามนี้ แม้คนเป็นใบ้โดยกำเนิดเป็นต้นก็ชอบด้วยเหตุผล
อาจารย์ทั้งหลายกล่าวไว้อย่างนี้ และข้อความนี้ปรากฏในคัมภีร์วิภาวนีอีกด้วย
(๑๔๗) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “อาจารย์บางท่านกล่าวคำว่า ชจฺจุนฺโธ (คนตาบอด
แต่กำเนิด) คือ คนตาบอดในเวลาเกิด หมายความว่า เป็นคนตาบอดในครรภ์ของมารดา
แล้วคลอดออกมา ดังนั้น ผู้ที่มีเหตุ ๒ หรือมีเหตุ ๓ จึงไม่มีตาพิการภายในครรภ์ของมารดา”
ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะพบว่ามีบางคนแม้จะเป็นตาบอดในครรภ์ของมารดาก็
ฉลาดรอบรู้ศิลปะวิทยานั้นๆ โดยแท้จริงแล้ว นอกจากพระโพธิสัตว์ ผู้ประเสริฐและชน
เหล่าอื่นผู้เกิดเป็นชาติสุดท้าย เพราะผู้ที่มีเหตุ ๒ หรือมีเหตุ ๓ หรือผู้ที่เกิดด้วยการดูแล
รักษาไม่ดีของมารดาหรือป่วยด้วยโรคภัย อาจจะมีจักษุหรือโสตะวิบัติได้เหมือนกัน
คำว่า ภุมมสฺสิตานญฺ จ วินิปาติกาสุรำ (และพวกวินิปาติกาสูรผู้อาศัยภุมเทวดา)
นี้ มีความหมายว่า ภุมมะ คือ เทวดาที่เกิดบนพื้นดิน หมายถึง ภุมเทวดาผู้มีฤทธิ์มาก มี
อาฬาวกะ สาตาคิริ และเหมวตะเป็นต้น ผู้อาศัยในวิมานที่ดำรงอยู่ในต้นไม้และภูเขาที่
เนื่องกับพื้นดิน ซึ่งเป็นเทพที่เรียกในโลกว่า “ยักษ์” (ผู้ควรบูชา) เพราะเป็นผู้ควรบูชาด้วย
การทำพลีกรรม ส่วนพวกวินิปาติกาสูรที่มีชาติเป็นภุมเทวดาแต่เลี้ยงชีพลำบากเที่ยวไปอยู่
เพราะไม่มีความสุขในโภคสมบัติที่เกิดจากบุญของตน จึงกล่าวได้ว่าอาศัยภุมเทวดา เพราะ
มีสภาพเป็นผู้พึ่งพิงภุมเทวดา เนื่องจากนับเข้าในเทวดาบริวารต่อๆ มาของภุมเทวดาผู้มี
ฤทธิ์มาก
มีปาสูะว่า ภุมมิสสิตา บ้าง[ในบางที่] หมายความว่า อิงอาศัยอยู่ในแผ่นดิน
ที่สงัดไม่พลุกพล่านอันมีต้นไม้ พุ่มไม้ หลืบเขา ถ้ำ และสุสาน เป็นต้น
คำว่า วินิปาติกะ คือ ผู้มีรูปไม่งามดำเนินไปอยู่ในภพอื่น
วินิปาติกาสูร คือ อสูรผู้มีรูปไม่งาม
อสูรเหล่านั้นอยู่ในที่สงัดไม่พลุกพล่านใกล้หมู่บ้านหรือภายในหมู่บ้าน แสวงหา
เมล็ดข้าว ขนม ของควรเคี้ยว ปลา และเนื้อเป็นต้นที่ชาวบ้านทิ้งไว้ หรือเมื่อไม่ได้อาหาร
เหล่านั้นย่อมเบียดเบียนเด็กหรือคนป่วย ถ้าทำได้ก็จะหลอกหลอนเบียดเบียนมนุษย์อื่น
แล้วเลี้ยงชีพ