ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[สันตีรณจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาฝ่ายกุศลวิบาก ย่อมเป็นไปด้วยอำนาจของ
การปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ] แก่พวกวินิบาตกาซูผูอาศัยภุมเทวดาเหล่านั้น หมายความว่า
แก่พวกวินิบาตกาซูบางพวก เพราะไม่อาจกล่าวว่าวินิบาตกาซูทั้งหมดเป็นอเหตุกบุคคล
เนื่องจากบางคนมีเหตุ ๒ หรือมีเหตุ ๓ ได้บ้าง ดังในคัมภีร์อรรถกถากล่าวถึงวินิบาตกาซู
บางตนมีปิยังกรมาตา อุตตรมาตา ธัมมคุตตา และผุสสมิตตาเป็นต้นได้บรรลุธรรม ผู้ที่มี
ชาติเป็นยักษ์บ้าง รักษสบ้าง เวมานิกเปรตบ้าง ปรทัตตุปชีวิกเปรตบ้าง บางจำพวกนับเข้า
ในวินิบาตกาซูนี้
๒๑. คำว่า เตสุ (ในบรรดาบุคคลเหล่านั้น) คือ ในบรรดาบุคคลผู้กอปด้วย
ปฏิสนธินั้น
การกำหนดนับปริมาณอายุย่อมเป็นไปด้วยการกำหนดความแน่นอนทั่วไปทั้งหมด
ของสรรพสัตว์ผู้อยู่ในภูมิหนึ่ง แต่ผู้เกิดในอบาย ๔ มนุษย์ทั้งหลาย และวินิบาตกาซูไม่อาจจะ
กำหนดนับปริมาณอายุเช่นนั้นได้ เพราะนรกทั้งหมดในภูมิหนึ่งซึ่งนับเข้าในจักรวาลทั้งหมด
มีการกำหนดนับปริมาณอายุไม่เหมือนกัน สัตว์ดิรัจฉานเป็นต้นก็มีนัยเดียวกัน ฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า จตุนุํ อปายานํ (ในบรรดาบุคคลเหล่านั้น การกำหนดนับปริมาณอายุของ
ผู้เกิดในอบาย ๔ มนุษย์ทั้งหลาย และวินิบาตกาซู ย่อมไม่มี) เป็นต้น
การกำหนดนับปริมาณอายุของผู้เกิดในอบาย ๔ ย่อมไม่มีเพราะกรรมมักเป็น
เหตุหลักในนรกเป็นส่วนใหญ่ การกำหนดนับปริมาณอายุของนรก ๑๐ แห่งมีอัพพทุนรก
เป็นต้นที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ เนื่องด้วยกรรมที่ให้ไปเกิดในนรกนั้นๆ
อาจารย์ทั้งหลายกล่าวคำว่า มนุสสานํ (มนุษย์ทั้งหลาย) นี้ไว้โดยเนื่องกับมนุษย์
ผู้อยู่ในชมพูทวีป เพราะอายุขัยของมนุษย์เหล่านั้นเพิ่มขึ้นและลดลงได้ มิใช่กล่าวไว้โดย
เนื่องกับมนุษย์ผู้อยู่ในทวีปอื่น
อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า “มนุษย์ผู้อยู่ในอุตตรกุรุทวีปมีอายุ ๑,๐๐๐ ปีแน่นอน
มนุษย์ทวีปอื่นอีก ๒ ทวีปมีอายุ ๕๐๐ ปี” หากเป็นตามนี้อาจรู้ได้ว่าคนต้นกัปในทวีปเหล่านั้น
ก็มีการกำหนดนับอายุขัยเช่นนั้น ความบริบูรณ์และวิบัติของฤดูกาลและอาหารอันมีความ
เป็นไปโดยสม่ำเสมอหรือไม่สม่ำเสมอของพระจันทร์ พระอาทิตย์ และนักษัตรเป็นต้นที่เป็น