ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ผลของความประพฤติดีหรือไม่ดีของชาวชมพูทวีป ย่อมเกี่ยวเนื่องกับชนทวีปอื่น ดังนั้น จึงไม่อาจกล่าวว่าการเพิ่มขึ้นลดลงของการกำหนดนับอายุไม่มีในชนทวีปอื่น แต่กล่าวได้ว่า ไม่เหมือนกับความเป็นไปของชาวชมพูทวีป เพราะเป็นเพียงผลสืบเนื่อง ดังพระพุทธวจนะ ในพระบาลีว่า
อุุตตรกุรุกา มนุสฺสา อมมา อปริคคหา. นิยตายุกา อวเสสายุนา.๗
“มนุษย์ชาวอุุตตรกุรุทวีปไม่มีความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นสมบัติเฉพาะตน มีอายุ แน่นอนด้วยอายุที่เหลือ”
ในพระบาลีนั้น พระดำรัสว่า “ด้วยอายุที่เหลือ” คือ ด้วยอายุ ๑,๐๐๐ ปีที่ลดลง จากอสสงไขยแล้วดำรงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
[พระบาลีข้างต้นนี้ปรากฏในอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต แต่ฉบับฉัฏฐสังคายนาและฉบับ มหาจุฬาฯ มีข้อแตกต่างจากคัมภีร์นี้ว่า อมมา อปริคคหา นิยตายุกา วิเสสคุณา “ไม่มีความยึดมั่น ถือมั่นว่าเป็นสมบัติเฉพาะตน มีอายุแน่นอน มีคุณพิเศษ” ท่านผู้แต่งคัมภีร์ปรมัตถทีปนีได้พบข้อความ ในฉบับใบลานว่า อมมา อปริคคหา นิยตายุกา อวเสสายุนา “ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นสมบัติ เฉพาะตน มีอายุแน่นอนด้วยอายุที่เหลือ” ท่านจึงกล่าวไว้ตามฉบับที่พบในสมัยนั้น]
คำว่า วินิปาติกาสุราน์ (วินิปาติกาสูร) นี้ เป็นเพียงคำแสดงตัวอย่าง เพราะยังรวม เอาภุมเทวดาและเวมานิกเปรตเป็นต้นผู้มีศักดิ์ใหญ่และมีศักดิ์น้อยเข้าไปไว้ในที่นี้ เนื่องจาก กรรมเป็นเหตุหลักของภุมเทวดาเป็นต้นทั้งหมด
[คำแสดงตัวอย่างเป็นเครื่องสังเกตแทนสิ่งอื่นๆ ทั้งหมด เรียกว่า อุปลักขณนัย]
๒๒-๓. คำว่า จาตุมหาราชิกาน์ ปน เทวาน์ (เทวดาชั้นจตุมหาราชิกา) นี้ หมายถึงเทวดาชั้นจตุมหาราชผู้อยู่ในสวรรค์ชั้นบน
คำว่า ทิพพานิ (อันเป็นทิพย์) มีความหมายว่า อันปรากฏในเทวโลก
คำว่า ปญจ วสฺสสตานิ (๕๐๐ ปี) กล่าวไว้โดยหมายถึงส่วนใหญ่ ในอรรถกถา- ชาดกกล่าวว่า