ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
เมื่อการเพิ่มทิวาราตรีมีเป็น ๒ เท่า การเพิ่มเดือนและปีก็เป็น ๒ เท่าเช่นกัน
หากเป็นตามนี้ย่อมแสดงว่า ๑,๐๐๐ ปีทิพย์ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นต้นนั้น พึงทราบ
ด้วยทิวาราตรี เดือน และปีของตนๆ และหากเป็นตามนี้ ปริมาณอายุของสวรรค์ชั้นสูงก็
เป็น ๔ เท่าจากปริมาณอายุของเทวดาในสวรรค์ชั้นต่ำ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ตโต จตุกฺกุญฺ
ดาวตึสานํ, ตโต จตุกฺกุญฺ ยามานํ (ถัดจากนั้น ๔ เท่าเป็นปริมาณอายุของเทวดาชั้นดาวดึงส์
จากนั้น ๔ เท่าเป็นปริมาณอายุของเทวดาชั้นยามา) เป็นต้น
เมื่อการกำหนดนับของสวรรค์อันเป็นทิพย์มีอยู่เช่นนั้น ความมี ๔ เท่าของการ
กำหนดนับทิวาราตรีมนุษย์จึงมีได้ ดังนั้น ๙,๐๐๐,๐๐๐ ปีเป็นต้นของเทวดาในสวรรค์ชั้น
จาตุมหาราชิกาชั้นต่ำโดยการนับของมนุษย์ เมื่อคูณต่อๆ มา ๔ เท่า ก็เป็น ๓ โกฏิ ๖ ล้านปี
เป็นต้นของเทวดาในสวรรค์ชั้นสูง [ชั้นดาวดึงส์] ครั้นพระอนุรุทธอาจารย์จะแสดงข้อความ
ทั้งหมดนั้นโดยกล่าวเบื้องต้นและที่สุด จึงกล่าวคาถาว่า นวสต เป็นต้น
[การแสดงอายุของเทวดาชั้นจาตุมหาราชว่ามี ๙,๐๐๐,๐๐๐ ปี และแสดงอายุของเทวดา
ชั้นปรนิมมิตวสวดีว่ามี ๙๒๑ โกฏิกับ ๖ ล้านปี เป็นการแสดงจำนวนเบื้องต้นและที่สุดของอายุเทวดา
ที่เทียบกับปีมนุษย์ การแสดงในลักษณะเช่นนี้เรียกว่า มิคปทวสัญญาชนนัย (นัยที่เหมือนรอยเท้าเนื้อ)
กล่าวคือ เมื่อพรานติดตามเนื้อไป เขาพบรอยเท้าเนื้อที่เหยียบไปตามทาง แม้จะไม่พบรอยเท้าเนื้อ
บนหินที่เนื้อเหยียบผ่านก็อนุมานรู้ว่าเนื้อเหยียบไปบนก้อนหิน ฉันใด แม้คันถรจนาจารย์จะไม่กล่าว
ข้อความในท่ามกลางไว้ ก็เป็นอันอนุมานรู้ได้ ฉันนั้น]
๒๓. พึงประกอบบท[ในคาถานั้น]ว่า ๙๒๑ โกฏิกับ ๖ ล้านปี เป็นปริมาณอายุใน
เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวดี
๒๕. ฌานที่มีวิจารแต่ไม่มีวิตก มีกำลังมากกว่าปฐมฌาน เพราะล่วงวิตกหยาบ
มีกำลังน้อยกว่าตติยฌานไม่มากนัก ทุติยฌานจึงเป็นอันเดียวกันกับตติยฌาน ย่อมนำไปอุบัติ
ในภูมิอื่นที่มีพื้นเสมอกัน ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ทุติยชฺฌานวิปากํ ตติยชฺฌานวิปากฺญ
ทุติยชฺฌานภูมิยํ (ทุติยฌานวิบากและตติยฌานวิบากย่อมนำไปอุบัติในทุติยฌานภูมิ)