ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ด้วยเหตุนั้น ลำดับแห่งการตั้งอยู่ของภูมิจึงเกี่ยวกับการจำแนกตามจตุกกฌาน
(ฌานสี่หมวด) แต่พระอนุรุทธเถระกล่าวถึงฌานด้วยประเภทของปัญจกนัยไว้ในปริจเฉทก่อน
จึงถือเอาวิบากตามนัยนั้นในที่นี้แล้วกล่าวว่า จตุตถฌานวิปากํ ตติยฌานภูมิยํ (จตุกถฌาน-
วิบากย่อมนำไปอุบัติในตติยฌานภูมิ) เป็นต้น
๒๙. คำว่า เตสุ (ในบรรดาพรหมเหล่านั้น) คือ ในบรรดาพรหมที่ถือปฏิสนธิด้วย
การปฏิสนธิ ๖ อย่างนั้น
คำว่า กปปสฺส (กัป) นี้ หมายเอาอสงไขยกัป
กัปมี ๔ ประเภท คือ มหากัป อสงไขยกัป อันตรกัป และอายุกัป
อายุกัป คือ การกำหนดอายุขัยของเหล่าสัตว์
อันตรกัป คือ กัปเล็ก ๖๔ กัปในระหว่างที่ปรากฏโดยการเสื่อมลงและเพิ่มขึ้น
แห่งอายุขัยของมนุษย์ในระหว่างอสงไขยกัปหนึ่งที่เป็นวิวัฏฏฎายี (ดำรงอยู่ตามที่เจริญแล้ว)
บางอาจารย์กล่าวว่ามี ๒๐ กัป บางท่านกล่าวว่ามี ๘๐ กัป ผู้เชี่ยวชาญไตรเพทกล่าวว่ามี
๑๔ กัป นับว่าเป็นกัปเล็กที่ในโลก[คือคัมภีร์วรรณกรรมสันสกฤต]เรียกว่า มันวันดรกัป
(กัปในระหว่างพระมาวมู) กล่าวคือ กัประหว่างที่กำหนดหมายด้วยพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่
ชาวโลกสมมุติขึ้นมีพระนามว่ามนุพระองค์หนึ่งๆ [ในอันตรกัปหนึ่งๆ ทั้ง ๑๔ กัป] บาง
อาจารย์ประสงค์เอาพระเจ้ามนูที่ชาวโลกสมมุติขึ้นพระองค์เดียวในวิวัฏฏฎายีกัปหนึ่ง
[พระเจ้ามนูเป็นชื่อของพระผู้สร้างมนุษยชาติและปกครองโลก มี ๑๔ องค์เรียงกันเป็น
ยุคๆ ไป ยุคหนึ่งเรียกว่า มันวันดร นานกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ ปี องค์แรก คือ พระสวายมภูวะ พระมนู
องค์นี้ถือกันว่าเป็นผู้ทรงออกกฎหมาย หรือธรรมศาสตร์ซึ่งยังมีอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ เรียกว่า มนุสัมหิตา
หรือ มนุสมุติ]
อสงไขยกัป คือ อันตรกัป ๖๔ กัป
อสงไขยกัปมี ๔ ประเภท คือ สังวัฏฏกัป สังวัฏฏฎายีกัป วิวัฏฏกัป และ
วิวัฏฏฎายีกัป