Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

(ก) สังวัฏฏกัป คือ กัปที่พินาศอยู่

(ข) สังวัฏฏฐายีกัป คือ กัปที่ดำรงอยู่ตามที่พินาศแล้ว

(ค) วิวัฏฏกัป คือ กัปที่กำลังเจริญอยู่

(ง) วิวัฏฏฐายีกัป คือ กัปที่ดำรงอยู่ตามที่เจริญแล้ว

มหากัป คือ อสงไขยกัป ๔ กัป อุปมาว่ากองเมล็ดผักกาดขาวที่กว้างยาว ๑ โยชน์ ได้หมดสิ้นไปด้วยการหยิบเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่งๆ ในเมื่อล่วงไปร้อยปี มหากัปหนึ่งย่อมไม่สิ้นไป มหากัปมีระยะยาวนานอย่างนี้

ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า

ยทา กปโป เตเชน สํวฏฺฐติ. อาภสฺสรโต เหฏฺฐา อคุสินา ทยุหติ. ยทา อาเปน สํวฏฺฐติ. สุภาภิกฺณนโต เหฏฺฐา อุทเกน วิลียติ. ยทา วยุนา สํวฏฺฐติ. เวหปผลโต เหฏฺฐา วาเตน วิทุํสติ. ๑๙

“เมื่อกัปพินาศด้วยไฟ ย่อมถูกไฟเผาตั้งแต่ภูมิชั้นต่ำกว่าอาภัสสรภูมิเมื่อกัปพินาศด้วยน้ำ ย่อมถูกน้ำพัดพาไปตั้งแต่ภูมิชั้นต่ำกว่าสุภกิณหนภูมิ เมื่อกัปพินาศด้วยลม ย่อมวิบัติด้วยลมตั้งแต่ภูมิชั้นต่ำกว่าเวหัปผลภูมิ”

โลกนี้ย่อมพินาศไปด้วยไฟ ๗ ครั้งเสมอ พินาศด้วยน้ำในครั้งที่ ๘ แล้วพินาศด้วยไฟอีก ๗ ครั้ง พินาศด้วยน้ำในครั้งที่ ๘ แล้วมีวาระแห่งลมแทนน้ำในวาระของน้ำ ครั้งสุดท้ายในวาระทั้งหมด ๖๔ วาระ โดยประเภทของหมวดแปด [ไฟ ๗ ครั้ง น้ำ ๑ ครั้ง] ๘ คราว ข้อความนี้ย่อมสำเร็จได้

ถามว่า : สำเร็จได้อย่างไร

ตอบว่า : คำว่า อาภสฺสรานํ อฏฺฐ กปปานิ (๘ กัปเป็นปริมาณอายุของพรหมชั้นอาภัสสรา) แสดงว่าการพินาศด้วยน้ำมีอยู่ในวาระที่ ๘ ส่วนใน ๗ วาระๆ ในระหว่างมีการพินาศด้วยไฟ และคำว่า สุภกิณุหานํ จตุสฺสฏฺฐิ กปปานิ (๖๔ กัปเป็นปริมาณอายุของพรหมชั้นสุภกิณหนา) แสดงว่าการพินาศด้วยลมมีอยู่ในวาระที่ ๖๔ ต่อครั้ง ส่วนในวาระ ๖๓

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka