ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
พระองค์จึงไปเกิดในอุสสทรกที่เป็นนรกขุมเล็กบริวารของนรกใหญ่ ๘ ขุม]
พึงกล่าวข้อความทั้งหมดว่า อกุศลกรรมที่แม้จะส่งผลให้ไปเกิดในอุสสทรก ย่อม
ทำให้เกิดในเปรตหรือสัตว์ดิรัจฉาน เป็นต้น
พึงทราบอุปถัมภกกรรมโดยนัยตรงกันข้ามกับอุปปีฬกกรรมและอุปฆาตกรรม
โดยแท้จริงแล้ว แม้กรรมจะมีกำลังน้อยในขณะทำ แต่เมื่อได้รับการอุปถัมภ์จากกุศลกรรม
หรืออกุศลกรรมที่มีกำลังเสมออกันในภายหลัง ย่อมจะมีกำลังมาก
การเบียดเบียนกระแสขันธ์ที่เกิดจากกรรม คือ การก่อให้เกิดทุกข์โดยทำให้เกิด
โรคภัยนานัปการในร่างกายตั้งแต่ขณะปฏิสนธิของสัตว์ที่เกิดด้วยกรรมอื่น หรือกระทำ
ความวิบัติแก่ฐานันดร ไร่นา ที่ดิน วัว ควาย ทรัพย์ ข้าวเปลือก และโภคสมบัติ รวมทั้ง
แก่บุตร ภรรยา ญาติ และมิตรสหาย
ขึ้นชื่อว่าผลกรรมมี ๒ ประการ คือ ผลโดยตรง และผลโดยอ้อม
ผลโดยตรงย่อมเกิดแก่ผู้กระทำกรรมเท่านั้น ไม่ปรากฏแก่ผู้อื่น ส่วนผลโดยอ้อม
เป็นผลที่เกี่ยวกับผู้อื่นอีกด้วย เช่นเดียวกับเรื่องของอานันทเศรษฐีในคัมภีร์ธรรมบท
[อานันทเศรษฐีเป็นคนตระหนี่ไม่ให้ทานและห้ามคนอื่นเมื่อเสียชีวิตแล้วไปเกิดเป็นคนเข็ญใจ
ตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา บิดามารดาและคนในหมู่บ้านหางานทำเลี้ยงชีพไม่ได้ ต้องประสบ
ความอดอยากและทุกข์ต่างๆ นานัปการ]
ส่วนกรรมที่ทำให้อวัยวะมีจักษุเป็นต้นซึ่งเกิดจากกรรมเสียหายไปโดยประการ
ทั้งหมด เหมือนจักษุของพระจักขุบาลเถระเป็นต้น กรรมนั้นจัดเข้าในอุปฆาตกรรม
[พระจักขุบาลเถระเคยเป็นหมอตา เมื่อคนไข้ไม่ให้ค่ารักษาตามที่สัญญาไว้ก็จ่ายยาทำให้
ตาบอด ผลกรรมนั้นติดตามมาทำให้เกิดโรคตาจนตาบอดในชาติสุดท้าย]
คำว่า อุปฆาตกะ, อุปจเฉทกะ มีอรรถเหมือนกัน ดังอรรถถามาชัฌมินิกาย
กล่าวถึงอุปจเฉทกะก่อนแล้วกล่าวว่า