ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อุปฆาตกนติปิ เอตสฺเสว นามํ.๒๒
“แม้คำว่า อุปฆาตกะ ก็เป็นชื่อของอุปจเฉทกกรรม”
ส่วนในอรรถกถาอังคุตตรนิกายกล่าวถึงอุปฆาตกะก่อนแล้วกล่าวว่า
อุปจเฉทกนติปิ ตสฺเสว นามํ.๒๓
“แม้คำว่า อุปจเฉทกะ ก็เป็นชื่อของอุปฆาตกกรรม”
ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค มรณสตินิทเทส อุปฆาตกกรรมเรียกเป็นอุปจเฉทกกรรมที่ตัดรอนกรรม และในคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะนี้ พระอนุรุทธอาจารย์จักกล่าวต่อไปว่า อุปจเฉทกกรรมมุนา (ด้วยกรรมตัดรอน)
การตัดรอนกรรมอย่างอื่นของกรรมนี้ย่อมปรากฏในเวลาใกล้เสียชีวิต เพราะขณะนั้นเมื่อทุคตินิมิตปรากฏอยู่ด้วยแรงกรรมชั่วก่อน กรรมดีห้ามกรรมชั่วแสดงสุคตินิมิต แล้วให้ไปเกิดในสวรรค์ ครั้นสุคตินิมิตปรากฏอยู่ด้วยแรงกรรมดี กรรมชั่วห้ามกรรมดีแสดงทุคตินิมิตแล้วให้ไปเกิดในอบายภูมิ เช่นเดียวกับเรื่องของพระเจ้าทุฏฐคามณีและบิดาของพระโสณเถระ
[พระเจ้าทุฏฐคามณีบังเกิดทุคตินิมิตในเวลาใกล้สวรรคตต่อมาพระองค์ระลึกถึงผลบุญที่ทำไว้ ทุคตินิมิตหายไปแล้วเกิดสุคตินิมิต พระองค์จึงทรงจุติแล้วไปเกิดในสวรรค์ ส่วนบิดาของพระโสณะเห็นทุคตินิมิตก่อน ต่อมาพระโสณะชักชวนให้ถวายดอกไม้แด่พระเจดีย์แล้วเกิดสุคตินิมิต จึงจุติแล้วไปเกิดในสวรรค์]
ในอรรถกถาอังคุตตรนิกายกล่าวว่า
กุสลาคุสลภมุกขยกรสฺส มคุคนุมสฺสปิ กมุมนตุรุปจเฉทกตา วุตุตา. องคุลิ-มาลตฺเถราทีนํ วิย.๒๔
“กรรมคือมรรคกุศลอันทำให้กุศลกรรมและอกุศลกรรมหมดสิ้นไป เป็นกรรมตัดรอนกรรมอื่น เหมือนมรรคของพระอรหันต์มีพระอังคุลิมาลเถระเป็นต้น”