ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ครั้งเดียวย่อมมีแก่เจตนาคดวงหนึ่ง) ต่อจากการก่อให้เกิดผลคือปฏิสนธิย่อมไม่มี แต่ทำให้สำเร็จกิจ ๓ อย่างอื่นพร้อมกับการให้ผลในปวัตติกาลตลอดแสนภพบ้าง ตลอดแสนกัปบ้าง เช่นเดียวกับเรื่องพระเทวีพระนามว่าธัมมทินนาของพระเจ้าอคุคเสนะ
[พระนางธัมมทินนาเคยฆ่าแพะตัวหนึ่งในชาติก่อน จึงตกนรกด้วยกรรมนั้นแล้วเกิดโรคปวดศีรษะในชาติหลายชาติเท่ากับจำนวนขนแพะ การตกนรกเป็นผลของชนกรรมในปฏิสนธิกาล ส่วนการเกิดโรคปวดศีรษะเป็นผลในปวัตติกาล]
เมื่อเจตนาได้ตัดรอนพระอริยบุคคลหรือตัดรอนผู้ถึงพร้อมด้วยจิตอันดีงามในเวลาก่อนที่ตนจะได้โอกาสให้ผล ย่อมตัดรอนแล้วให้โอกาสแก่กรรมอื่น ไม่ก่อให้เกิดผลใหม่ แต่เมื่อตัดรอนกระแสขันธ์ของบุคคลผู้มีใจชั่ว ย่อมตัดรอนแล้วก่อให้เกิดผลใหม่ คือตั้งแต่ระยะได้รับผลปฏิสนธิคราวหนึ่งย่อมกระทำการตัดรอนเป็นต้นในอัตภาพแสนภพเป็นอันมาก เช่นเดียวกับเรื่องของพระมหาโมคคัลลานเถระ พระนางสามาวดี ภิกษุผู้พำนักอยู่ ณ ฝั่งน้ำวัดคุุมทา ทูสีมาร และพระเจ้ากาฬพุ
[พระโมคคัลลานะเคยปลอมเป็นโจรทุบตีบิดามารดา จึงถูกโจรห้าร้อยตามประทุษร้ายด้วยกรรมตัดรอนนั้น
พระนางสามาวดีเคยใช้ไฟเผาพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงถูกไฟเผาในชาตินี้ แต่พระนางได้ไปเกิดในสวรรค์ด้วยอำนาจของเมตตาที่เจริญในขณะใกล้เสียชีวิตซึ่งตัดรอนกรรมที่ใช้ไฟเผานั้น
ภิกษุ ๕๐๐ ผู้พำนักอยู่ ณ ฝั่งน้ำวัดคุุมทาได้เป็นโจรในชาติก่อน วันหนึ่งหลังจากรักษาศีลแล้วถูกชาวบ้านติดตามฆ่า เมื่อเสียชีวิตได้ไปเกิดในสวรรค์ด้วยผลบุญที่รักษาศีลซึ่งตัดรอนปาณาติบาตกรรม
ทูสีมารเป็นเทวดาในสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ ได้เข้าสิงเด็กแล้วใช้ก้อนหินขว้างใส่พระวิธุระผู้เป็นอัครสาวก บาปนั้นทำให้ทูสีมารจุติจากความเป็นเทวดาแล้วตกนรกอเวจีทันที
พระเจ้ากาฬพุสั่งให้เชือดเฉือนอวัยวะภายในของฤๅษีขันติวาทีจนท่านเสียชีวิต ด้วยผลกรรมนั้นพระองค์ถูกธรณีสูบตกนรกอเวจีในทันที]
อุปจเฉทกรรมนี้ย่อมเกิดขึ้นมากมายแก่สัตว์ดิรัจฉาน อกุศลกรรมที่มีกำลังมากจึงตัดรอนอกุศลกรรมที่มีกำลังน้อยหรือกระแสขันธ์ที่เกิดจากอกุศลกรรมได้ ดังสาธกใน