ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
“กรรมที่พ้นจากกรรม ๓ อย่าง กระทำไว้ด้วยความไม่รู้ ชื่อว่า กฏัตตากรรม”
กรรมเก่าเหล่านั้นไม่ใช่กระทำด้วยความไม่รู้อย่างเดียว เพราะในชาติก่อนบุคคล
ได้ทำกรรมเหล่านั้นด้วยความรู้บ้าง ด้วยความไม่รู้บ้าง คำอธิบายเช่นนั้นกล่าวไว้โดย
เนื่องกับกรรมที่เป็นชวนจิตดวงที่ ๗ ซึ่งได้กระทำไว้ในภพนี้ พ้นจากคุรกรรมเป็นต้น ๓ อย่าง
ดังนั้น อปรปริยายกรรมที่ได้กระทำไว้ในชาติก่อนและกรรมที่เป็นชวนจิตดวงที่ ๗ จึงชื่อว่า
กฏัตตากรรม ด้วยเหตุนั้น จึงกล่าวว่ากฏัตตากรรมจึงเป็นกรรมที่กระทำไว้ในอดีตที่เป็น
ชาตินี้หรือชาติก่อน
เมื่อมีกรรมทั้ง ๔ เหล่านี้ คุรกรรมให้ผลปฏิสนธิในภพถัดไป เมื่อไม่มีคุรกรรม
อาสันนกรรมจึงให้ผลปฏิสนธิ เมื่อไม่มีอาสันนกรรม อาจิณณกรรมจึงให้ผลปฏิสนธิ เมื่อ
ไม่มีอาจิณณกรรม กฏัตตากรรมจึงให้ผลปฏิสนธิ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปากทานปริยายยน
แปลว่า โดยโอกาสให้ผล
ถามว่า : เหตุใดในคัมภีร์นี้ท่านจึงกล่าวอาสันนกรรมไว้ก่อนอาจิณณกรรม เนื่อง
จากอาจิณณกรรมตรัสไว้ก่อนอาสันนกรรมในพระบาลี สมจริงดังสาริกว่า ยํ ครุกํ, ยํ พหุสฺ,
ยทาสนฺนํ, กฏตฺตา วา ปน กมฺมํ.๕๖ (กรรมใดเป็นกรรมหนัก กรรมใดสั่งสมไว้มาก กรรม
ใดกระทำในเวลาใกล้เสียชีวิต หรือกรรมใดเป็นกรรมเพราะได้กระทำไว้ [กรรมทั้งหมดนั้น
มี ๔ อย่าง]) ทั้งในคัมภีร์อรรถกถาได้แสดงโอกาสให้ผลตามลำดับนั้นไว้มิใช่หรือ
ตอบว่า : ในพระบาลีตรัสถึงอาจิณณกรรมไว้ก่อนตามลำดับกำลังให้ผลในบางขณะ
ดังนั้น คัมภีร์อรรถกถาจึงแสดงโอกาสให้ผลตามลำดับไว้ แต่อาสันนกรรมถ้าไม่ยังใจ
ให้ปีติยินดีหรือเร่าร้อน ก็มีกำลังน้อย ย่อมจะห้ามอาจิณณกรรมที่มีกำลังกว่าไม่ได้
ในมหากัมภิวัภคสูตรแสดงถึงการไปสู่สวรรค์ด้วยกุศลกรรมที่ทำในขณะใกล้
เสียชีวิตของบางคนผู้สั่งสมทุจริตเสมอว่า
ปุพเพวาสุส ตํ กตํ โหติ กัลยาณกมฺมํ สุขเวทนีย์. ปจุฉาวาสุส ตํ กตํ โหติ
กัลยาณกมฺมํ สุขเวทนีย์. มรณกาเล วาสุส โหติ สมฺมาทิฏฐิ สมฺตตา สมาทินนา.๕๗