ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๕๒. คำว่า ทิฏฐะธรรม คือ อัตภาพปัจจุบันอันประจักษ์ [ภพนี้]
คำว่า เวทนียะ คือ ผลที่พึงเสวย
คำว่า ทิฏฐะธรรมเวทนียะ คือ กรรมที่มีผลพึงเสวยในภพนี้
(๑๕๑) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “ทิฏฐะธรรมเวทนียะ คือ กรรมที่พึงเสวยในภพนี้
ด้วยการเสวยผล” ข้อความนั้นไม่งาม ดังพระบาลีตรัสว่า
ทิฏเฐว ธมฺเม วิปากํ ปฏิสํเวทิตึ๕
“ย่อมเสวยผลในภพนี้”
ในพระบาลีนี้ พระดำรัสว่า “ย่อมเสวยผล” แสดงถึงคำว่า เวทนียะ (ผลพึงเสวย)
ในที่นี้เป็นกรรมสาธนะและหมายถึงผล หากเป็นตามนี้ คำว่า ทิฏฐธมฺมเวทนียะ ควรจะ
เป็นพหุพพพีหิสมาสเท่านั้น ไม่ใช่ตัปปุริสสมาส
[คัมภีร์วิภาวินีแสดงรูปวิเคราะห์ ทิฏฐธมฺมเวทนียะ เป็นตัปปุริสสมาสว่า ทิฏฐธมฺเม เวทนียํ
ทิฏฐธมฺมเวทนียํ (ทิฏฐธมฺมเวทนียะ คือ กรรมที่พึงเสวยในภพนี้) แต่คัมภีร์ปรมัตถทีปนีแสดง
เป็นพหุพพพีหิสมาสว่า ทิฏฐธมฺเม เวทนียํ เอตฺสฺสาติ ทิฏฐธมฺมเวทนียํ (ทิฏฐธมฺมเวทนียะ คือ กรรม
ที่มีผลพึงเสวยในภพนี้)]
คำว่า อุปปัชชเวทนียะ คือ กรรมที่มีผลพึงเสวยโดยเข้าใกล้ภพนี้แล้วถึงภพถัดไป
จากภพนี้
ในคัมภีร์อรรถกถาแสดงอรรถของ อุปปชฺช ศัพท์ว่า “อุปปชฺชิตฺวา (เข้าใกล้ [ภพนี้]
แล้วเข้าถึง)”๕๖ ส่วนในพระสูตรทั้งหมดพบปาฐะว่า “อุปปชฺเชว” ดังนั้น จึงมีความหมาย
โดยเนื่องกับพระบาลีว่า อุปปัชชะ คือ อัตภาพที่สองที่พึงเข้าถึงในภพใกล้คือภพถัดไป
จากภพนี้
คำว่า อุปปัชชเวทนียะ คือ กรรมที่มีผลพึงเสวยในอัตภาพที่สอง