Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

[ฉบับฉัฏฐสังคายนาและฉบับมหาจุฬาฯ ในปัจจุบันใช้ชื่อว่า อปราปริยเวทนียกรรม ตามฉบับสิงหลและคำอธิบายในคัมภีร์อภิธัมมัตถวิภาวนี แต่คัมภีร์ปรมัตถทีปนีใช้ชื่อว่า อปราปริยายเวทนียกรรม]

(๑๕๓) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “อปราปริยเวทنيهะ คือ กรรมที่พึงเสวยในอัตภาพอื่นต่อจากภพนี้” ในพากย์นั้น ข้อความว่า “จากภพนี้” ย่อมไม่สมควรก่อน เพราะการที่ข้อความแรกคือภพนี้ซึ่งติดตามมาในบทที่ ๓ โดยเว้นภพที่ ๒ ซึ่งอยู่กลางย่อมไม่เหมาะสม

(๑๕๔) ข้อความทั้งหมดไม่สอดคล้องกับพระบาลีโดยอรรถและพยัญชนะ ดังพระพุทธวจนะในพระบาลีว่า

อุปเร วา ปริยาเย วิปาก์ ปฏิสังเวทิ.๔๙
“หรือย่อมเสวยในวาระอื่น”

มีปาลีอื่นบ้างว่า อปราปเร วา ปริยาเย วิปาก์ ปฏิสังเวทิ.

อโหสิกรรม คือ กรรมที่มีชื่อว่าอโหสิกรรม กล่าวคือ ไม่ได้โอกาสให้ผลโดยสิ้นเชิง

พระอรรถกถาจารย์เรียกชื่อดังกล่าวโดยเนื่องกับพระพุทธดำรัสว่า

อโหสิกมุภ์ ภวิสฺสตีกมุภ์ อตฺถิกมุภ์ น ตสฺส วิปาก์.๕๐
“กรรมมีแล้ว กรรมจักมี กรรมมีอยู่ แต่ผลของกรรมนั้นไม่มี”

ทิฏฐธัมมเวทนียกรรม คือ ชวนเจตนาดวงแรกในกุศลชวนะและอกุศลชวนะ ๗ ดวง เพราะเจตนาดวงแรกตั้งอยู่ได้ไม่นานและมีผลน้อยที่สุด เนื่องจากมีกำลังอ่อนกว่าชวนเจตนาทุกดวงโดยเหตุที่ไม่ได้รับอาเสวนปัจจัย (ปัจจัยเสพคุ้น) เมื่อได้รับเหตุปัจจัยย่อมให้ผลที่เป็นอเหตุุะในภพนี้แล้วหมดสิ้นไป ไม่อาจติดตามกระแสจิตหลังเสียชีวิตแล้วได้ แต่เมื่อไม่ได้รับเหตุปัจจัยก็เป็นอโหสิกรรม

คำว่า “เหตุปัจจัย” หมายความว่า เหตุปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่งที่ให้โอกาสส่งผล ได้มีการประจวบกับอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ในอิริยาบถต่างๆ เป็นต้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka