Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

กมฺมปถา เอวาติ กมฺมปตฺโภฏฐาสิกา เอว.๗๑

“คำว่า ‘จัดเป็นกรรมบถ’ คือนับเข้าในกรรมบถ”

และในคัมภีร์อนุฎีกากล่าวว่า

กมฺมปตฺโภฏฐาสิกา เอว, น ฌานาทิโภฏฐาสิกา.๗๒

“นับเข้าในกรรมบถ คือมิใช่นับเข้าในฌานเป็นต้น[เหมือนผัสสะ เวทนา ฯลฯ]”

บางคนมิได้สังเกตหมายข้อความนี้แล้วกล่าวว่าการดื่มสุราเป็นกรรมบถด้วยพากย์
ข้างต้นนี้

ส่วนในอรรถกถาขุททกปาฐะได้ปฏิเสธความเป็นกรรมบถในการดื่มสุราโดยสิ้นเชิง
ในคัมภีร์นั้นจำแนกความเป็นกายกรรมและความเป็นกรรมบถเป็นต้นของสิกขาบท ๔ ข้อ
แรกไว้ทีละอย่างแล้ว เมื่อกล่าวถึงการดื่มสุราได้ระบุว่าการดื่มสุราเป็นกายกรรมเท่านั้น
ข้อความนั้นได้ปฏิเสธความเป็นวจีกรรมและกรรมบถ๗๓

แม้ในอรรถกถาธาตุสังยุตก็ปฏิเสธความเป็นกรรมบถไว้ ดังปรากฏข้อความว่า

ตติยํ ปญฺจกมฺมปถวเสเน พุทฺธฌนานำ อชฺฌาเสวเสน วุตฺตํ, จตุตฺถํ สตฺตุกมฺมปถวเสเน,
ปญฺจมํ ทสกรมฺมปถวเสเน.๗๔

“[ปัญจสิกขาปท]สูตรที่ ๓ ตรัสไว้โดยเนื่องกับอัธยาศัยของผู้ควร เข้าใจโดย
ความเป็นกรรม ๕ [สัตตกมฺมปท]สูตรที่ ๔ ตรัสไว้โดยเนื่องกับอัธยาศัยของผู้ควรเข้าใจโดย
ความเป็นกรรมบถ ๗ [ทสกมฺมปท]สูตรที่ ๕ ตรัสไว้โดยเนื่องกับอัธยาศัยของผู้ควรเข้าใจ
โดยความเป็นกรรมบถ ๑๐”

โดยแท้จริงแล้ว ในเรื่องนั้น พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า “โดยความเป็นกรรม ๕”
มิได้ตรัสว่า “โดยความเป็นกรรมบถ ๕” เพราะเกี่ยวกับการดื่มสุราอีกด้วย จึงอาจกล่าวได้
ว่าท่านปฏิเสธความเป็นกรรมบถในคัมภีร์เหล่านั้น เพราะการดื่มสุราไม่ส่งผลให้ปฏิสนธิ
แน่นอน หากเป็นตามนี้ พระบาลี อรรถกถาและฎีกาทั้งหมดย่อมสอดคล้องกัน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka