Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

เมื่อพระอนุรุทธอาจารย์กล่าวว่า “ชื่อว่า กายกรรม เพราะดำเนินไปในกายทวาร
ชื่อว่า วจีกรรม เพราะดำเนินไปในวจีทวาร” [ไม่กล่าวว่า ชื่อว่ากายกรรม เพราะมักดำเนินไป
ในกายทวารโดยมาก ชื่อว่า วจีกรรม เพราะมักดำเนินไปในวจีทวารโดยมาก] การใช้ทวาร
ตั้งชื่อกรรมไม่ควรมีอย่างนี้ว่า กรรม ๓ มีการปลงชีวิตเป็นต้น ชื่อว่า กายกรรม ส่วน
กรรม ๔ มีการพูดเท็จเป็นต้น ชื่อว่า วจีกรรม

ถามว่า : การใช้ทวารตั้งชื่อกรรมไม่ควรมีอย่างไร

ตอบว่า : เมื่อกรรม ๒ อย่างแรกปรากฏในวจีทวารเป็นส่วนน้อยด้วยการที่
คนอื่นบังคับให้ทำ ก็ควรจะสละชื่อว่ากายกรรมแล้วนับว่าเป็นวจีกรรม

ถามว่า : เพราะเหตุใด

ตอบว่า : เพราะกล่าวไว้ในคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ]ว่า

วจีทวาเร วุตฺติตฺโต วจีกมฺมุํ นาม.๗๖

“ชื่อว่า วจีกรรม เพราะดำเนินไปในวจีทวาร”

อีกนัยหนึ่ง กรรมเหล่านั้นเรียกได้สองชื่อเพราะปรากฏในทวารทั้งสอง แต่เมื่อ
กรรม ๔ อย่างที่อยู่กลาง[มีการพูดเท็จเป็นต้น] ปรากฏในกายทวารเป็นส่วนน้อยด้วยการ
แสดงท่าทางเป็นต้น กรรมดังกล่าวก็ควรจะสละชื่อว่าวจีกรรมแล้วนับว่าเป็นกายกรรม

ถามว่า : เพราะเหตุใด

ตอบว่า : เพราะกล่าวไว้ในคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ]ว่า

กายทวาเร วุตฺติตฺโต กายคมฺมุํ นาม.๗๗

“ชื่อว่า กายกรรม เพราะดำเนินไปในกายทวาร”

อีกนัยหนึ่ง กรรมเหล่านั้นเรียกได้สองชื่อเพราะปรากฏในทวารทั้งสอง และหาก
เป็นตามนี้ คำว่า “การปลงชีวิต การถือเอาของที่เขามิได้ให้ และการประพฤติมิชอบในกาม
ชื่อว่า กายกรรม” นี้ ก็ไม่มีประโยชน์

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka