Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ข้อความในพากย์หลังว่า “การพูดเท็จ การพูดให้ร้ายลับหลัง การพูดด่าว่า และ
การพูดไร้สาระ ชื่อว่า วจีกรรม” ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกัน

เมื่อพระอนุรุทธาจารย์กล่าวว่า พาหุลลวุตติโต (เพราะมักดำเนินไปโดยมาก)
การใช้ทวารตั้งชื่อกรรมย่อมสมควรเพราะมีคำว่า พาหุลล (โดยมาก) ทำให้ปราศจากโทษ
๖ ประการนั้น เหมือนคำว่า วนจรก (ผู้เที่ยวไปในป่า = พรานป่า) สงคามาวจร (ช้าง
เที่ยวไปในสงคราม = ช้างศึก)

ฝ่ายมโนกรรมดำเนินไปในทวารอื่นบ้างโดยทวารอื่นไม่อาจทำให้กรรมปรากฏได้
ดังนั้น พระอนุรุทธาจารย์จึงแสดงมโนกรรมไว้โดยเฉพาะ

การที่กายทวารได้ชื่อว่ากาย ย่อมเหมาะสมและปรากฏชัดในพระสูตรหลายพัน
การที่วจีทวารได้ชื่อว่าวาจา และการที่มโนทวารคือชวนจิตที่เป็นกุศลและอกุศลได้ชื่อว่ามโน
ก็เช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อกล่าวว่ากายทวาร วจีทวาร มโนทวาร ก็เป็นการไม่ใช้ทวาร
ตั้งชื่อกรรม ส่วนในพระบาลีว่า กายกรรมทวาร (ทวารของกายกรรม) วจีกรรมทวาร (ทวาร
ของวจีกรรม) มโนกรรมทวาร (ทวารของมโนกรรม) การใช้กรรมตั้งชื่อทวารในเรื่องทวาร
เป็นต้นควรกล่าวว่าเป็นฐานะเฉพาะแห่ง

(๑๕๘) ด้วยถ้อยคำดังนี้ ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์] ได้ปฏิเสธข้อความในคัมภีร์
วิภาวดีว่า “ทวารที่ก่อให้เกิดกายกรรม เรียกว่า กายทวาร”

(๑๕๙) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์นั้นว่า “เช่นเดียวกันนี้ เมื่อบุคคลทำการพูดเท็จ
เป็นต้นด้วยกิริท่าทาง วจีกรรมย่อมเป็นไปแม้ในกายทวาร การใช้กรรมตั้งชื่อทวารจึงมี
ไม่ได้” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะวจีกรรมที่ทำด้วยกิริยาท่าทาง แม้เป็นไปทางกายทวาร
ก็ทำให้เปลี่ยนชื่อของทวารนั้นหรือตั้งชื่อใหม่ไม่ได้ เนื่องจากชื่อนั้นปรากฏโดยสภาพปกติ

(๑๖๐) ข้อความนี้ปฏิเสธความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์นั้นว่า “นอกจากนั้น กายกรรม
มักดำเนินไปในกายทวาร มิใช่กรรมอื่น ความเป็นทวารของกายกรรมจึงสมควร เพราะ
กายกรรมมักดำเนินไปในกายทวาร เช่นกับหมู่บ้านพราหมณ์ที่ได้ชื่อว่า หมู่บ้านพราหมณ์
เป็นต้น” เพราะว่าในคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะไม่กล่าวถึงทวารแห่งกายกรรม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka