ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[คำว่า มมุมจเณทก มีความหมาย 2 ประการ คือ
- สภาพกระทบชาติเป็นต้นที่เหมือนแผลฉกรรจ์ = มมุม ฉินทตีติ มมุมจเณทโก (มมุม บทหน้า + ฉิหิ ธาตุ = กระทบ + ณว ปัจจัย)
- สภาพทำลายไมตรีจิต = มมุม ฉินทตีติ มมุมจเณทโก (= (มมุม บทหน้า + ฉิหิ ธาตุ = ทำลาย + ณว ปัจจัย)]
บางคนอ้างว่า “การพูดด่าว่าย่อมล่วงกรรมบถได้เมื่อเกิดต่อหน้าคนที่ถูกด่าว่า
เท่านั้น”
อาจารย์บางท่านกล่าวว่า “แม้เกิดขึ้นลับหลังก็เป็นกรรมบถ”
ท่านผู้แต่งคัมภีร์ฎีกาของทีฆกายะและมัชฌิมนิกายประสงค์ว่า “เมื่อบุคคลด่าว่า
ผู้อื่นแล้วขอขมา การขอขมาย่อมสำเร็จแก่คนนั้นที่อยู่ไกลบ้าง เสียชีวิตแล้วบ้าง ฉันใด
การด่าว่าก็เช่นเดียวกัน”
อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า “การเสียกรรมบถย่อมมีแก่ผู้สาบแช่งคนอื่นด้วย
ความต้องการด่าโดยนัยว่า ควายดุจไล่ตามเจ้า โจรงหั่นเจ้าเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือศีรษะ
ของเจ้าจงแตกเป็น ๗ เสี่ยง” เป็นต้น
การพูดไร้สาระ คือ เจตนาชั่วที่ก่อให้เกิดความเพียรทางกายและวาจาซึ่งแสดงถึง
สิ่งไร้สาระ ย่อมล่วงกรรมบถเมื่อพูดถึงเรื่องนิยายที่วิจิตรด้วยความคิดประพันธ์มีการลักพา
นางสีดาในภารตยุทธเป็นต้น เมื่อคนอื่นเชื่อเรื่องไร้สาระว่ามีจริงจึงจะล่วงกรรมบถ ถ้าไม่
เชื่อถือก็เป็นเพียงกรรม
เช่นเดียวกันนี้ ดิรัจฉานกถา ๓๒ อย่างมีเรื่องพระราชาเป็นต้นเป็นเพียงกรรม
ย่อมมีแก่ผู้พูดด้วยความชอบใจเรื่องดังกล่าว แต่หากพูดโดยอิงอาศัยอรรถ ธรรม หรือวินัย
ข้อความทั้งหมดย่อมมีประโยชน์โดยแท้
ในคำว่า วจีกมุม่ นี้ วจี คือ วาจานั่นแหละ
วาจามี ๔ อย่าง คือ สททวาจา (เสียงพูด) วิรติวาจา (การพูดงดเว้น) เจตนา-