ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
จึงเสียกรรมบท ถ้าทำให้ดำรงอยู่ในสมบัติของคนอื่นแล้วยินดีอยู่ว่า ผู้ใช้สอยวัตถุเช่นนี้เป็น
ผู้มีโชคหนo เราก็ควรใช้ได้สอยสักชั่วคราว, เราขอหรือซื้อมาแล้วจะทำให้เป็นสมบัติของตน
หรือ เราก็ควรได้รับวัตถุอื่นเช่นนี้ ก็จัดเป็นกรรมเท่านั้น ดังสารกในคัมภีร์อรรถกถาว่า
ปรณฺทวตฺถุกเก หิ โลเภ อุปปปเนน น ตาว กมฺมปณฺเภทก โหติ, ยาว อโห วต อิทํ
มมสุสาที อตฺตโน ปริณาเมติ.๗๘
“แม้ความโลภจะเกิดขึ้นในสมบัติของผู้อื่นก็ยังไม่เสียกรรมบท ตราบเท่าที่ยังไม่
น้อมมาหาตนว่า โอหนอ สิ่งนี้ควรเป็นของเรา”
ความปองร้ายย่อมมีแก่ผู้ทำร้ายชีวิตบุคคลอื่นเริ่มตั้งแต่เหลือบยุงเป็นอย่างต่ำว่า
บุคคลเหล่านี้จงพินาศ จงวิบัติ, โอหนอ บุคคลเหล่านี้พึงพินาศ พึงวิบัติ, ไม่พึงเจริญรุ่งเรือง,
ไม่พึงดำรงอยู่นาน หรือจะพินาศวิบัติไปในกาลใด” ความปองร้ายอื่นจากนี้จัดเป็นกรรม
เท่านั้น ดังสารก[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า
ปรสตฺตตฺตุกเก หิ โกเธ อุปปปเนปิ น ตาว กมฺมปณฺเภทก โหติ, ยาว น อโห วตายํ
อุจจินชเซยุย วินาเสยยาติ ตสฺส วินาสํ จินเตติ.๗๙
“แม้ความโกรธที่มีสัตว์อื่นเป็นเหตุจะเกิดขึ้นก็ไม่เสียกรรมบท ตราบเท่าที่ยังไม่
คิดปองร้ายเขาว่า โอหนอ บุคคลนี้พึงพินาศตายไป”
ความเห็นผิดแน่นอน ๓ อย่างด้วยประเภทของนัตถิกทิฏฐิ (ความเห็นว่าผล
กรรมไม่มี) อเหตุุกทิฏฐิ (ความเห็นว่ากรรมไม่มี) และอกิริยทิฏฐิ (ความเห็นว่ากรรมและ
ผลกรรมไม่มี) ซึ่งคัดค้านกรรมและผลกรรมโดยสิ้นเชิง จึงเสียกรรมบท
ความเห็นผิดที่มีข้อความ ๑๐ อย่าง[ว่า ทานที่ให้ไม่มี ทานที่บูชาไม่มี ทานที่
บวงสรวงไม่มี เป็นต้น] เป็นประเภทของนัตถิกทิฏฐิ
อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า “แม้ความเห็นผิดของพระอริฏฐะและสามเณรกันฏกะ
เป็นต้นที่เกิดขึ้นคัดค้านพระเทศนาของพระสัพพัญญู ก็จัดเป็นกรรมบท”