ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ส่วนสักกายทิฏฐิที่มีข้อความ ๒๐ อย่าง หรือทิฏฐิ ๒๒ อย่าง จัดเป็นกรรมเท่านั้น
คำว่า “ความเห็นผิดแน่นอน” นี้ หมายความว่า จิตของผู้หยั่งเห็นไตรลักษณ์
แล้วเข้าใจด้วยสัทธาธิโมกข์ (ความเชื่อมั่นด้วยศรัทธา) มีสภาพให้ผลถัดจากตนแน่นอนโดยแท้
ผู้เห็นชอบเช่นนั้นมีตรัสไว้ว่า กุสเลสุ ธมฺเมสุ นิยาม์ โอุกกมติ๙๐ (ย่อมหยั่งลงสู่ความ
แน่ นอนในกุศลธรรม) ฉันใด จิตของ ผู้รู้เห็นเหตุผิดอันเป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิแล้วเข้าใจด้วย
ความเชื่อผิด ก็มีสภาพให้ผลถัดจากจุติแน่นอนโดยแท้ ผู้เห็นผิดดังกล่าวย่อมจะหยั่งลงสู่
ความแน่นอนในอกุศลธรรม ย่อมจะรักษาเยียวยาไม่ได้ ฉันนั้น แต่ผู้ที่มิได้เห็นอย่างนั้น
แล้วเข้าใจว่าอาจจะเป็นเช่นนี้ด้วยความเชื่อผิดแล้วยืนยันความเห็นของอาจารย์ตน ก็ยัง
เยียวยารักษาได้
ถามว่า : เพราะเหตุใด
ตอบว่า : เพราะให้ผลไม่แน่นอน
ข้อความนี้พึงแสดงด้วยมิจฉัตตติกะ (หมวดสามแห่งมิจฉัตตะ)
[คัมภีร์ธรรมสังคณี๙๑ กล่าวธรรม ๓ หมวดอย่างหนึ่งคือ
มิจฉตฺตนิยตา ธมฺมา ธรรมที่มีสภาพไม่ดีให้ผลแน่นอนถัดจากจุติ ได้แก่ โลภมูลจิตที่
ประกอบด้วยความเห็นผิด ๔ ดวงพร้อมด้วยเจตสิกที่เกิดร่วมกับนิยตมิจฉาทิฏฐิ และโทสมูลจิต ๒
ดวงพร้อมทั้งเจตสิกที่เกิดขึ้นร่วมกับอนันตริยกรรม
สมมตฺตนิยตา ธมฺมา ธรรมที่มีสภาพดีให้ผลแน่นอนถัดจากจุติ ได้แก่ มรรคจิต ๔ ดวง
พร้อมด้วยเจตสิกที่เกิดร่วมกัน
อนิยตา ธมฺมา ธรรมที่ให้ผลไม่แน่นอนถัดจากจุติ ได้แก่ อกุศลจิต ๑๒ ดวงนอกจากที่
กล่าวมาแล้ว โลกิยกุศลจิต ๑๗ ดวง วิปากจิต ๓๖ ดวง กิริยจิต ๒๐ ดวง เจตสิก ๕๒ ดวง รูป ๒๘
และนิพพาน]
ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่าธรรมที่มีสภาพดีและไม่ดีทั้งสองฝ่ายได้ชื่อว่า นิยตะ
(ให้ผลแน่นอนถัดจากจุติ) ด้วยการให้ผล แต่ในอรรถกถาที่อธิบายพระสูตรกล่าวว่าความ
เห็นผิดนั้นให้ผลแน่นอนเพราะเชื่อมั่นไม่หวั่นไหว