Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

คำว่า อญญตฺราปิ วิญญตฺติยา แปลว่า แม้โดยปราศจากวิญญัติอื่นๆ หมายความว่า โดยไม่ก่อให้เกิดวิญญัติทั้งสอง

อปิ (แม้) ศัพท์แสดงว่าแม้กับด้วยวิญญัติทั้งสอง กล่าวคือ มโนกรรมทั้ง ๓ เมื่อปรากฏทางใจโดยไม่เคลื่อนไหวกายหรือวาจา ย่อมดำเนินไปโดยปราศจากวิญญัติ แต่เมื่อเคลื่อนไหวกายหรือวาจาแล้วปรากฏทางกายทวารและวจีทวาร ย่อมดำเนินไปร่วมกับวิญญัติ

ส่วนทั้งสองคำ[คือ อญญตฺราปิ วิญญตฺติยา] แสดงว่ามโนกรรมเหล่านี้ดำเนินไปในทวารทั้งสามอีกด้วย แต่เนื่องจากดำเนินไปในมโนทวารเป็นส่วนใหญ่ และดำเนินไปในกายทวารและวจีทวารเป็นส่วนน้อย ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า มนสุมิเยว พาหุลลวุตฺติโต (เพราะมักดำเนินไปในมโนทวารเท่านั้น)

ในประโยคนั้น คำว่า มนสุมิเยว (ในมโนทวารเท่านั้น) คือ ในมโนทวารที่เรียกว่ากุศลและอกุศลชวนจิต

ด้วยคำนั้น พระอนุรุทธาจารย์แสดงว่า เอว (เท่านั้น) ศัพท์ติดตามไปในบทก่อนว่า กายทวารเร (ในกายทวาร), วจีทวาเร (ในวจีทวาร) หากเป็นตามนี้ การใช้ทวารกำหนดกรรมในบทเหล่านั้นย่อมสมควรมิฉะนั้นแล้วก็ควรสงสัยเกี่ยวกับข้อความอื่นด้วยความเป็นอุปลักขณนัยเป็นต้น

[เอว ศัพท์เป็นบทนิบาตที่มักประกอบไว้ในคำสุดท้าย แต่ติดตามไปสู่คำหน้าได้ ในที่นี้เอว ศัพท์ใน มนสุมิเยว ติดตามไปสู่บทหน้าคือ กายทวารเร (ในกายทวาร), วจีทวาเร (ในวจีทวาร) ในพากย์ก่อน จึงทำหน้าที่ย้ำข้อความว่า กายทวารเร เอว (ในกายทวารเท่านั้น), วจีทวาเร เอว (ในวจีทวารเท่านั้น) ดังนั้น การปลงชีวิตเป็นต้นจึงชื่อว่า กายกรรม เพราะมักดำเนินไปในกายทวารเท่านั้น และการพูดเท็จเป็นต้นก็ชื่อว่า วจีกรรม เพราะมักดำเนินไปในวจีทวารเท่านั้น มิใช่มักดำเนินไปในทวารอื่นนอกจากกายทวารและวจีทวาร หากเป็นตามนี้การใช้ทวารกำหนดกรรมจึงสมควร ถ้า เอว ศัพท์ไม่ติดตามไปในบทหน้าก็อาจจะสงสัยว่าบทเหล่านั้นเป็นอุปลักขณนัย คือ การแสดงตัวอย่างไว้เป็นเครื่องสังเกตแทนสิ่งอื่นๆ ทั้งหมด เช่นคำว่า ลทฺธตปฺปโต ราชกุมารโร (พระราชกุมารทรงได้รับเศวตฉัตรแล้ว) ซึ่งแสดงว่าพระราชกุมารทรงได้รับพระราชสมบัติทุกอย่าง ไม่ใช่เศวตฉัตรอย่างเดียว]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka