ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
เอว ศัพท์ในที่นี้แสดงข้อความพิเศษ[โดยปริยาย] กล่าวคือ ในการปลงชีวิตเป็นต้น
ความตั้งใจที่เป็นไปในลักษณะตระเตรียมว่าเราจะผลาญชีพเขา หรือ จะลักทรัพย์ เป็นต้น
เป็นเหตุหลัก แต่ความตั้งใจนั้นไม่อาจสำเร็จได้ถ้าปราศจากความเพียรทางกายและวาจา
ดังนั้น ความเพียรทางกายและวาจาจึงเป็นองค์ประกอบเพื่อทำกรรมในการผลาญชีพเป็นต้น
ส่วนความละโมบเป็นต้นที่เกิดร่วมกับความตั้งใจนับเข้าในฝ่ายแห่งเจตนา ไม่นับ
ว่าเป็นองค์ประกอบ
ในการละโมบสมบัติของคนอื่นเป็นต้น เมื่อความละโมบเกิดขึ้นเป็นหลักสำคัญใน
กายทวารหรือวจีทวารอยู่ ความเพียรทางกายและทางวาจาก็มิใช่องค์ประกอบเพื่อทำกรรม
เพราะความละโมบปรากฏว่าเป็นกรรมด้วยการเกิดขึ้นแห่งความคิดอย่างนั้น
โดยประการดังนี้ พระอนุรุทธอาจารย์กล่าว เอว ศัพท์ในคำว่า มนสฺมียว เพื่อ
ปฏิเสธว่ากายทวารและวจีทวารไม่ใช่เป็นองค์ประกอบในมโนทวาร
ท่านกล่าวคำว่า พาหุลฺล (โดยมาก) ในประโยคนี้ เพื่อหมายเอาการเกิดขึ้นใน
กายทวารและวจีทวารเหล่านั้น
(๑๒๑) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “ความละโมบเป็นต้นที่ประกอบร่วมกับจิตอันก่อ
ให้เกิดวิญญัติ ย่อมมีในฝ่ายแห่งเจตนา” ข้อความนั้นไม่สมควรในที่นี้ เพราะความละโมบ
เป็นต้นที่เกิดด้วยหน้าที่พิเศษในมโนกรรม แม้จะประกอบร่วมกับจิตที่ก่อให้เกิดวิญญัติ ก็
มิได้มีในฝ่ายแห่งเจตนา แต่เจตนามีอยู่ในฝ่ายแห่งความละโมบเป็นต้น
ในคัมภีร์ฎีกาของปฏิลสัมภิทามรรคกล่าวว่า
ทสนฺนมปิ อิเมสํ กมฺมปถานํ ปุพฺพวาปรเจตนาโย ปฏิสนฺธิอากฑฺฒเน อเนกนฺติก-
ปกข์ คตา.๔๒
“บุพเจตนาและอปรเจตนาของกรรมบถทั้ง ๑๐ ย่อมจะส่งผลให้ปฏิสนธิได้ไม่
แน่นอน”
ดังนั้น เจตนาดังกล่าวที่ดำเนินไปตั้งแต่ต้นโดยนัยว่า เราจะผลาญชีพสัตว์ หรือ