Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ควรกล่าวในเรื่องนี้ว่า เมื่อบุคคลผู้สงสัยกรรมและผลของกรรมแล้วได้ทำกรรม ๔ อย่างมีอทินนาทานเป็นต้นร่วมกับจิตที่เกิดความสงสัย กรรมเหล่านั้นได้ชื่อว่าเกิดด้วยจิตที่มีโมหะเป็นมูลล้วนๆ หากเป็นตามนี้ ในข้อความต่อมา[ว่า อกุศลกรรมยกเว้นอุทธัจจะ ย่อมให้ผลปฏิสนธิในอบายภูมิ] การรวมเอาเจตนาที่เกิดร่วมกับวิกิจิกิจฉาจิตเข้าในกรรมอันส่งผลปฏิสนธิ ย่อมสมควร

อธิบายกามาวจรกุศลกรรม

๖๒. ในคำที่ขึ้นต้นว่า กามาวจรกุสลปิ กายทวาเร ปวตฺตํ กายกมฺมํ (กามาวจรกุศล ก็มี ๓ อย่าง ด้วยการจำแนกตามทวารของกรรม คือที่เป็นไปในกายทวาร ชื่อว่า กายกรรม ที่เป็นไปในวจีทวาร ชื่อว่า วจีกรรม ที่เป็นไปในมโนทวาร ชื่อว่า มโนกรรม) นี้ โปรดทราบเทศนา ๒ ประการ

ถามว่า : เทศนา ๒ ประการเป็นอย่างไร

ตอบว่า : เทศนาประการหนึ่ง คือ บุญกิริยวัตถุที่เกิดขึ้นโดยเคลื่อนไหวกาย ชื่อว่า กายกรรม ที่เกิดขึ้นโดยเคลื่อนไหววาจา ชื่อว่า วจีกรรม ที่เกิดขึ้นทางมโนทวารเท่านั้น ไม่เคลื่อนไหวกายหรือวาจา ชื่อว่า มโนกรรม

ประเภทดังกล่าวนี้พบในพระสูตรเป็นต้นว่า

เมตฺตํ กายกมฺมํ ปจุปปฏิทำ โหติ สพรุหมจารีสุ อาวิ เจว รโห จ. เมตฺตํ วจีกมฺมํ ปจุปปฏิตํ โหติ สพรุหมจารีสุ อาวิ เจว รโห จ, เมตฺตํ มโนกมฺมํ ปจุปปฏิตํ โหติ สพรุหมจารีสุ อาวิ เจว รโห จ.๔๔

“ภิกษุตั้งกายกรรมที่กอปรด้วยเมตตาไว้ในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ตั้งวจีกรรมที่กอปรด้วยเมตตาไว้ในเพื่อนพรหมจรรย์ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ตั้งมโนกรรมที่กอปรด้วยเมตตาไว้ในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง”

สพฺพํ กายกมฺมํ ญาณปุพพงคมํ ญาณานุปริวตฺตํ. สพฺพํ วจีกมฺมํ ญาณปุพพงคมํ ญาณานุปริวตฺตํ. สพฺพํ มโนกมฺมํ ญาณปุพพงคมํ ญาณานุปริวตฺตํ.๔๕

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka