ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
“กายกรรมทั้งหมดมีญาณเป็นเบื้องหน้า คล้อยตามญาณ วจีกรรมทั้งหมดมีญาณ
เป็นเบื้องหน้า คล้อยตามญาณ มโนกรรมทั้งหมดมีญาณเป็นเบื้องหน้า คล้อยตามญาณ”
ปทกฺขิณํ กายกมฺมํ วาจากมฺมํ ปทกฺขิณํ
ปทกฺขิณํ มโนกมฺมํ ปณิธิ เต ปทกฺขิเณ.๗
“กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม และความตั้งใจ[ที่ทำในวันนั้น]
เป็นสิ่งที่ดี”
พึงแสดงข้อความนี้ด้วยเรื่องที่ว่าด้วยกรรมทวาร ๙ อย่างในคัมภีร์อัฏฐสาลินี
เพราะในคัมภีร์นั้นจำแนกทานมัยกุศลเป็น ๓ อย่างด้วยประเภทของกายกรรม วจีกรรม
และมโนกรรม ศีลมัยกุศลและภาวนามัยกุศลก็เช่นเดียวกัน
ส่วนเทศนาอีกประการหนึ่ง คือ เมื่อความไม่มีศีลเป็นไปอยู่ กายย่อมไม่บริสุทธิ์
ความสำรวมทางกายย่อมวิบัติไป แต่เมื่อกุศลเป็นไปอยู่ย่อมกำจัดความไม่มีศีลด้วยการละ
ได้ชั่วคราวเป็นต้น ดำเนินไปชำระกายทวารให้บริสุทธิ์ และทำให้ความสำรวมทางกายบริบูรณ์
กุศลนั้นแม้ปราศจากความเคลื่อนไหวทางกายก็ชื่อว่า กายกรรม ย่อมดำเนินไปทางกายทวาร
โดยมีการสำรวมกายเป็นหลัก ซึ่งพระผู้มีพระภาคตรัสว่า กายสุจริต บ้าง
คำว่า “ย่อมกำจัดความไม่มีศีล” หมายความว่า ย่อมทำลายความไม่มีศีลด้วย
การไม่เกิดจิตที่ส่งผลให้เกิดความไม่มีศีลทางกายมีการปลงชีวิตเป็นต้น
คำว่า “ชำระกายทวาร” หมายความว่า ชำระกายทวารด้วยการไม่เกิดความ
ไม่มีศีลที่ส่งผลให้กายไม่บริสุทธิ์
คำว่า “ทำให้ความสำรวมทางกายบริบูรณ์” หมายความว่า ทำให้ความสำรวม
ทางกายบริบูรณ์ ด้วยการสำรวมกายด้วยตนเอง
วจีกรรม ก็มีนัยเดียวกัน
ส่วนกรรมดีทั้งหมดที่เหลือ แม้ดำเนินไปทางทวาร ๓ ก็ดำเนินไปโดยชำระมโน-