Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

บุญประณีต คือ บุญที่เป็นบารมีทำให้เกิดขึ้นเพื่อความหลุดพ้นของสรรพสัตว์
โปรดทราบข้อความนี้ตามศีลนิทเทศในคัมภีร์วิสุทธิมรรค๗๗ แม้หมวดสามทั้งสอง
[บุญก่อนทำเป็นต้นและบุญชั้นต่ำเป็นต้น]ในบุญกริยวัตถุอื่น ก็พึงกล่าวจำแนกเหมือนใน
ทานนี้

ในบรรดาบุญกริยวัตถุนั้น ศีลมี ๔ อย่าง คือ ศีลของภิกษุ ศีลของภิกษุณี ศีล
ของสามเณร และศีลของคฤหัสถ์

การสมาทานศีลสองอย่างแรกย่อมสำเร็จด้วยกรรมวาจา แต่เมื่อกรรมวาจาวิบัติ
ไปด้วยการต้องอาบัติปาราชิกหรือลาสิกขา การสมาทานทั้งหมดย่อมพินาศไป ศีลของ
พระภิกษุทั้งหมดก็เสียไป ลำดับนั้นเมื่อไม่ละการปฏิญญาว่าเป็นภิกษุแล้วยังดำรงอยู่[ใน
สมณเพศ] ก็ชื่อว่าพระทศีล ส่วนภิกษุผู้ล่วงละเมิดสิกขาบทอื่นยกเว้นอาบัติปาราชิก ย่อม
เสียการสังวรในสิกขาบทที่ล่วงนั้น แต่ไม่เสียการสมาทาน เพราะไม่ต้องสมาทานสิกขาบท
ด้วยกรรมวาจาอีก เมื่อกระทำการรักษาแล้ว[คือปลงอาบัติ]การสังวรจึงจะเป็นปกติ ภิกษุ
ผู้จงใจล่วงละเมิดหรือไม่กระทำการรักษา ชื่อว่าพระอลัชชี ไม่ใช่พระทศีล

ศีลของสามเณรก็มีนัยเดียวกัน แต่ในศีลของสามเณรนั้น การสมาทานย่อมสำเร็จ
ด้วยสรณคมน์อย่างเดียว เมื่อสรณคมน์วิบัติไปด้วยการทำให้เพศเสียหาย [คือทำผิดศีล ๕
อย่างแรกในศีล ๑๐] การสมาทานทั้งหมดย่อมเสียไป ส่วนในศีลนอกจากนี้ [ศีล ๕ อย่าง
หลังในศีล ๑๐] การสังวรศีลที่ตนล่วงละเมิดเท่านั้นย่อมเสียหายไป

การสมาทานในศีลของคฤหัสถ์ย่อมสำเร็จด้วยการรับเอาศีลของคฤหัสถ์ทั่วไป เมื่อ
สมาทานศีลพร้อมกัน ศีลทุกข้อก็เป็นอันสมาทานแล้ว เมื่อศีลข้อหนึ่งขาด ศีลทั้งหมดก็ขาด
ต้องสมาทานศีลใหม่ทั้งหมด แต่เมื่อสมาทานแยกกันทีละข้อ ศีลที่ล่วงละเมิดเท่านั้นจึงขาด
ต้องสมาทานใหม่ การสมาทานทั้งหมดย่อมระงับไปเมื่อล่วงเวลาที่กำหนด [คือการสมาทาน
ศีล ๘ มีกำหนดเวลาว่าจะสมาทานนานเพียงใด เช่น สมาทานเฉพาะเวลากลางวัน กลางคืน
หรือตลอดวัน เป็นต้น เมื่อล่วงเวลาที่กำหนด การสมาทานก็ระงับไป] โปรดทราบความ
เป็นผู้ทุศีลในคฤหัสถ์ด้วยการที่ศีล ๕ อันเป็นศีลประจำวิบัติไป

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka