Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

การกระทำความขวนขวายทางกายและทางวาจาในกิจที่ควรทำแก่พระรัตนตรัย
เป็นต้น และแก่คนเหล่าอื่นคือผู้มาเยือน คนเตรียมเดินทาง คนเดินทาง คนป่วย คนแก่
หรือในการเย็บจีวรเป็นต้นของเพื่อนพรหมจรรย์ อีกทั้งในการทำบุญนั้นๆ ของคนอื่น เหมือน
เป็นกิจของตน ด้วยจิตบริสุทธิ์มุ่งหวังประโยชน์ ชื่อว่า เวยาววัจจะ

การกระทำบุญที่ตนกระทำแล้วให้เกี่ยวข้องกับผู้อื่น [คือทำให้ผู้อื่นได้รับส่วนบุญ
ร่วมด้วย] ชื่อว่า ปัตตานุโมทนา

การชื่นชมอนุโมทนาส่วนบุญที่ผู้อื่นให้ที่เรียกว่าการแสดงความโสมนัสยินดี ชื่อว่า
ปัตตานุโมทนะ ส่วนการอนุโมทนาบุญที่ผู้อื่นมิได้ให้ ก็เป็นเพียงแต่การอนุโมทนา ไม่ใช่
ปัตตานุโมทนะ เพราะไม่มีส่วนบุญ[ที่ผู้อื่นให้]

ส่วนบุญมี ๒ อย่าง คือ ส่วนบุญเจาะจง และส่วนบุญไม่เจาะจง บุญของผู้อุโมทนา
ส่วนบุญที่อุทิศให้แก่ตน เป็นทิฏฐุธรรมเวทนียกรรม ส่วนบุญทั้งสองนี้ปรากฏชัดในบุญคือ
ทาน ทานที่ให้อุทิศแก่เทวดา ปรทัตตูปชีวิกเปรต เวมานิกเปรต หรือวินิปาติกาสุร และ
ได้รับการอนุโมทนา ย่อมจะเป็นทิฏฐุธรรมเวทนียกรรมแก่ชนเหล่านั้นในขณะนั้น

การฟังธรรมถาที่กอด้วยประโยชน์เกื้อกูลโดยดำรงอยู่ในโยนิโสมนสิการ ชื่อว่า
ธรรมสวนะ การกล่าวธรรมกถาที่กอด้วยประโยชน์เกื้อกูลโดยดำรงอยู่ในโยนิโสมนสิการ
ชื่อว่า ธรรมเทศนา เจตนาในการฟังและกล่าวศิลปะวิทยาที่ปราศจากโทษ ย่อมนับเข้าในข้อนี้

การทำความเห็นชอบคือกัมมสกาญาณให้หมดจดด้วยเรื่องราวนั้นๆ ด้วยความ
เหมาะสม หรือด้วยเหตุผล โดยทำให้บริสุทธิ์จากความเห็นผิด ๑๑ อย่างโดยนัยว่า ทานที่
ให้ไม่มี ทานที่บูชาไม่มี เป็นต้น หรือบริสุทธิ์จากความเห็นคือการเนรมิตของพระเจ้าเป็นต้น
หรือจากความเห็นคือทิฏฐุฐมงคล (การเห็นดีเป็นมงคล) เป็นต้น ชื่อว่า ทิฏฐุชุกรรม

ในที่กล่าวถึงบุญกิริวัตถุ ๓ อย่าง ปัตตานุโมทนะและปัตตานุโมทนะนับเข้าในทาน
เพราะมีสภาพของทาน เนื่องจากเป็นปฏิปักษ์กับความริษยาและความตระหนี่ อุปจายนะ
และเวยาววัจจะนับเข้าในศีล เพราะเป็นศีลข้อประพฤติ ธรรม ๓ อย่างอื่น [คือ ธรรมสวนะ
ธรรมเทศนา และทิฏฐุชุกรรม] นับเข้าในภาวนามัยกุศล เพราะมีสภาพของภาวนา ดังสารภ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka