Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

“การละนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน ชื่อว่าศีล การงดเว้นชื่อว่าศีล เจตนา ชื่อว่าศีล
การสังวร ชื่อว่าศีล การไม่ล่วงละเมิด ชื่อว่าศีล...การละวิตก และวิจารด้วยทุติยฌาน ชื่อ
ว่าศีล...การละปีติด้วยตติยฌาน ชื่อว่าศีล...การละสุขและทุกข์ด้วยจตุกฌาน ชื่อว่าศีล
การงดเว้นชื่อว่าศีล เจตนา ชื่อว่าศีล การสังวร ชื่อว่าศีล การไม่ล่วงละเมิด ชื่อว่าศีล”

ข้อความนั้นกล่าวไว้โดยปริยาย

[ตามนัยนี้ ศีล คือ ข้อประพฤติปกติ เมื่อเกิดปฐมฌาน การละนิวรณ์ได้จัดเป็นปกติที่
เป็นไปตามธรรมนิยาม และการละนิวรณ์ก็เป็นการงดเว้นจากนิวรณ์ เป็นการสังวรปิดกั้นนิวรณ์
และไม่ล่วงละเมิดนิวรณ์เพราะละได้แล้ว ดังนั้น คัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรคจึงกล่าวโดยปริยายว่าการละ
นิวรณ์เป็นต้นในมหัคคตฌานคือศีล]

คำว่า อปุปนาตต์ (บรรลุความเป็นอัปปนา) มีความหมายว่า บรรลุความเป็น
อัปปนา เพราะดำเนินไปด้วยความตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ซึมซับเข้าในอารมณ์ด้วยกำลังของ
ภาวนา

(๑๖๔) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวเหตุว่า “เพราะจิตที่เกิดขึ้นก่อน[อัปปนาจิต]เป็น
กามาวจร” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะความเป็นกามาวจรของจิตที่เกิดขึ้นก่อนมิได้เป็นเหตุ
ในการบรรลุความเป็นอัปปนา

พระอนุรุทธาจารย์กล่าวคำว่า ฌานงคุเกเทน (ตามประเภทขององค์ฌาน) แต่
ท่านควรกล่าวว่า ฌานเกเทน (ตามประเภทของฌาน) อีกนัยหนึ่ง คำว่า ฌานงคุเกเทน
แปลว่า ตามประเภทของหมู่องค์ฌาน กล่าวคือ ตามประเภทของฌาน

อธิบายการให้ผลของกามาวจรกรรม

๖๙. คำว่า เอตฺถ คือ ในภูมิแห่งการให้ผล ๔ อย่างเหล่านี้

คำว่า อุทธจุจจรหิตํ (ยกเว้นอุทัจจะ) มีความหมายว่า ยกเว้นเจตนาที่เกิดร่วม
กับอุทัจจะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka