Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ถามว่า : ข้อความว่า “เจตนาดวงหนึ่งให้ผลปฏิสนธิคราวเดียว” นี้ ย่อมไม่สมควร
มิใช่หรือ ดังสาธก[ในเถรคาถา]ว่า

เอกปุปผํ ยชิตฺวาน
เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ

สหัสสกปปโกฏิโย
เสเสน ปรินิพพุตโต.๑๑๑

“เราบูชาดอกไม้ดอกหนึ่งแล้ว ท่องเที่ยวไปมนุษย์และเทวดาตลอด
พันโกฏิกับ ได้ปรินิพพานด้วยผลที่เหลือ”

ตอบว่า : ข้อความนั้นย่อมสมควร เพราะอาจกล่าวจำนวนพันโกฏิกับด้วย
บุพเจตนา (เจตนาก่อนทำ) และอปรเจตนา (เจตนาหลังทำ) ความจริงจิตย่อมเกิดขึ้นนับ
ได้แสนโกฏิขณะมากมายในช่วงดีดนิ้วมือคราวหนึ่ง จึงไม่ควรกล่าวถึงเวลาที่นานกว่านั้น
ดังสาธกใน อรรถกถาของเนตติกรณ์ว่า

สหัสสกปปโกฏิยติ จ สหัสสอายุกปปโกฏิโย สหัสสอตฺตภาวโกฏิโย.๑๑๒

“คำว่า ‘ตลอดพันโกฏิกับ’ หมายความว่า ตลอดอายุกัปพันโกฏิ คือ ตลอด
อัตภาพพันโกฏิ”

พึงแสดงการที่บุพเจตนาและอปรเจตนาให้ผลปฏิสนธิได้ด้วยโกสลสังยุต หมาย
ความว่า เจตนาดวงหนึ่งในขณะให้ก้อนข้าวคำหนึ่ง ย่อมไม่ให้ผลปฏิสนธิ ๒ คราว ดังสาธก
ในอรรถกถาสังยุตว่า

ปุปฺพปจุฉิมเจตนาวเสน สตตฺกขตฺตุํ สคุเค สตฺตกขตฺตุํ เสฏฐิกุเล นิพพตฺโต.๑๑๓

“เขาไปเกิดในสวรรค์ ๗ คราว ในสกุลเศรษฐี ๗ คราวด้วยอำนาจของบุพเจตนา
และอปรเจตนา”

เมื่อกรรมที่มีเหตุ ๓ ถูกปฏิปักษ์ธรรมครอบงำอยู่ ก็ถูกกำจัดกำลังไป จึงให้ผล
ที่มีเหตุ ๓ ไม่ได้ ทั้งกรรมนั้นแม้จะมีกำลังน้อยก็ไม่ให้ผลที่ไม่มีเหตุอันเกิดร่วมกับวิบัตมี
ความเป็นคนตาบอดเป็นต้นซึ่งทำให้เกิดเป็นความหลงยิ่งนัก เพราะประกอบด้วยปัญญาที่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka