ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
เจตนาดวงหนึ่งมีวิปากจิต ๑๒ ดวง ลำดับวิปากจิต ๑๐ ดวงและกลุ่มอเหตุวิปากจิต ๘ ดวงก็มีในเจตนาดวงหนึ่งนี้” แต่ท่านควรกล่าวว่า “[โดยเนื่องกับมติ]ของพระมหาทัตตเถระ ผู้พำนักอยู่ที่โมรวาปี” แม้มติของพระมหาธรรมรักขิตเถระก็นับเข้าเป็นบางส่วนในมตินี้ เนื่องจากในมตินั้นมีข้อความว่า กรรมที่เป็นอสังขาริกย่อมให้ผลที่เป็นอสังขาริกอย่างเดียว ไม่ให้ผลที่เป็นสสังขาริก ส่วนกรรมที่เป็นสสังขาริกก็ให้ผลที่เป็นสสังขาริกอย่างเดียว ไม่ให้ผลที่เป็นอสังขาริก
๗๕-๗. ในรูปปาวจรกรรม คำว่า ปริตฺตํ (กุศลอย่างอ่อน) คือ กุศลอย่างอ่อนมี ๒ อย่าง โดยความไม่ชำซอง หรือโดยความไม่ประณีต
กุศลอย่างอ่อน คือ รูปปาวจรกุศลที่แม้จะประกอบด้วยฉันทะเป็นต้นอันประณีต แต่เพียงบรรลุโดยไม่เจริญให้มาก ซึ่งกล่าวไว้ในคัมภีร์อัฏฐสาลินีว่า
ยํ อปคุญํ โหติ, อุปริมานสฺส ปจฺจโย ภวฺตุ น สกฺโกติ, อิทํ ปริตฺตํ นาม.๑๗
“กุศลที่ไม่ชำซอง เป็นปัจจัยแก่ฌานขั้นสูงไม่ได้ ชื่อว่า กุศลอย่างอ่อน”
กุศลที่แม้จะเจริญให้มากแล้วถ้าประกอบด้วยฉันทะเป็นต้นที่ไม่ประณีต ก็ได้ชื่อว่า กุศลอย่างอ่อน เพราะความเป็นกุศลไม่ประณีต ซึ่งกล่าวไว้ในคัมภีร์อัฏฐสาลินีว่า
ยสฺส อายุหนุกขเณ ฉนฺโท วา หีโน โหติ วีริยํ วา จิตฺตํ วา วีมํสา วา, ตํ หีนํ นาม.๑๘
“ในขณะทำกรรม กุศลที่มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ หรือวิมังสาไม่ประเสริฐ ชื่อว่า กุศลอย่างอ่อน”
แม้กุศลอย่างปานกลางก็มี ๒ อย่าง ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวว่า นาติสุภาวิโต มชฺฌิโม๑๙ (กุศลที่มิได้เจริญให้มากขึ้น ชื่อว่า กุศลอย่างปานกลาง) โดยหมายเอากุศลอย่างปานกลางเพราะยังไม่ชำซองนัก