Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ส่วนในคัมภีร์อัฏฐสาลินีกล่าวว่า ยสฺส อายุหนุกฺขเณ เต ธมฺมา มชฺฌิมา โหติ. ตํ
มชฺฌิมํ ๑๑๐ (ในขณะทำกรรม กุศลที่มีอธิบดีธรรมอย่างปานกลาง ชื่อว่า กุศลอย่างปานกลาง)
โดยหมายเอาุกุศลอย่างปานกลาง เพราะประกอบด้วยฉันทะเป็นต้นที่ปานกลาง

แม้กุศลอย่างประณีตก็มี ๒ อย่าง ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวว่า สุภาวิโต วสิป-
ปตฺโต ปณีโต ๑๑๑ (กุศลที่เจริญเพิ่มพูนดีแล้วถึงความชำชอง ชื่อว่า กุศลอย่างประณีต) โดย
หมายเอาุกุศลที่ประณีตเพราะชำชองยิ่งนัก

ส่วนในคัมภีร์อัฏฐสาลินีกล่าวว่า ยสฺส อายุหนุกฺขเณ เต ธมฺมา ปณีตา โหติ.
ตํ ปณีตํ ๑๑๒ (ในขณะทำกรรม กุศลที่มีอธิบดีธรรมอย่างประณีต ชื่อว่า กุศลอย่างประณีต)
โดยหมายเอาุกุศลอย่างประณีต เพราะประกอบด้วยฉันทะเป็นต้นที่ประณีต

กุศลอย่างอ่อนเป็นต้นที่กล่าวไว้ด้วยความไม่ชำชองเป็นต้น ไม่พึงประสงค์ใน
ที่นี้ ส่วนกุศลอย่างอ่อนเป็นต้นที่ประกอบด้วยฉันทะเป็นต้นอันไม่ประณีต พึงประสงค์เอาใน
ที่นี้ เพราะกุศลเหล่านี้ก่อให้เกิดผลปฏิสนธิต่างๆ ของพรหม ๓ จำพวกในภูมิทั้งสาม [มี
พรหมชั้นปาริสัชชาเป็นต้น]

การที่สตรีผู้บรรลุความชำชองในฌานไม่ไปอุบัติในพรหมชั้นมหาพรหม เป็น
สาธกในเรื่องนี้ เพราะสตรีมีฉันทะเป็นต้นไม่ประณีต ดังคัมภีร์อรรถกถาได้จำแนกความ
อ่อน ปานกลาง และประณีตซึ่งสำเร็จด้วยฉันทะเป็นต้นไว้ ๑๘ อย่าง แล้วกล่าวว่า

อิมานิ อฏฺฐารส กมฺมทฺวารานิ นาม อิเมหิ ปภาวิตตฺตา อิเมส์ วเสน อฏฺฐารส
ขตุติยา อฏฺฐารส พฺราหฺมณา อฏฺฐารส เวสฺสา อฏฺฐารส สุทฺทา อฏฺฐจตุตาลีส โตตฺตจรณานิ
เวทิตพฺพานิ.๑๑๓

“กุศล ๑๘ อย่างเหล่านี้ชื่อว่า เหตุทำให้เกิดกรรม จึงมีกษัตริย์ ๑๘ ตระกูล พราหมณ์
๑๘ ตระกูล แพศย์ ๑๘ ตระกูล ศูทร ๑๘ ตระกูล โคตร ๔๘ ประเภท และข้อประพฤติ
[ของโคตร] ๔๘ อย่าง โดยเนื่องกับเหตุทำให้เกิดกรรมเหล่านี้ เพราะเกิดจากมูลเหตุนี้”

พระอรรถกถาจารย์ได้กำหนดปฏิสนธิทั้งหลายที่เกิดขึ้นแก่เทวดาและพรหมด้วย
ข้อความดังกล่าวนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka