Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

หรือกสิณคือปริจฉินนากาศ (อากาศที่กำหนดไว้) ตามมติของบางอาจารย์ กอปรด้วยความต้องการภพไม่มีจิตเพราะเห็นโทษในจิตว่า เมื่อมีจิตอยู่ ความกำหนัด ความโกรธ และความหลง ย่อมเกิดขึ้น แต่เมื่อไม่มีจิตก็จะได้บรรลุความดับในปัจจุบันภพ

คำว่า อสญฺสตฺเตสุ อุปปชฺชนฺติ (ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอสัญสัตย์) มีความหมายว่า ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอสัญสัตย์ด้วยอิริยาบถที่เสียชีวิตในมนุษย์โลกนี้ ความหมายก็คือ พวกเขาเป็นนักบวชที่มีความเห็นว่าควรทำกรรมดี เพราะนักบวชที่มีความเห็นว่าไม่ควรทำกรรมดีย่อมจะไม่เจริญฌาน

๘๖. คำว่า อนาคามิโน ปน สุทฺธาวาสสุ อุปปชฺชนฺติ (ส่วนพระอนาคามี ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นสุทธาวาส) มีความหมายว่า พระอนาคามีเท่านั้นย่อมไปอุบัติในพรหมชั้นสุทธาวาส มิใช่พระอริยบุคคลเหล่าอื่นมีพระสกทาคามีเป็นต้น ข้อความนี้ได้ปฏิเสธการที่พระอนาคามีไปอุบัติในพรหมโลกชั้นอื่น

พระอนาคามีผู้มีศรัทธายิ่งยวดย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอวิหา ผู้มีวิริยะ ยิ่งยวดย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอตัปปา ผู้มีสติยิ่งยวดย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นสุทัสสา ผู้มีสมาธิยิ่งยวดย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นสุทัสสี ผู้มีปัญญายิ่งยวดย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอกนิฏฐา

๘๗. พึงประกอบบทว่า ผู้เจริญอรูปาวจรกุศลไปตามลำดับ ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอรูปพรหม

คำทั้งหมดว่า ปฐมฌานํ ปริตฺตํ ภาเวตฺวา (ผู้เจริญปฐมฌานที่เป็นรูปาวจรกุศลอย่างอ่อน ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นปาริสัชชา) เป็นต้น กล่าวไว้ด้วยการกำหนดภูมิให้ผลของปฐมฌานเป็นต้นตามภูมิของตน แต่ปุถุชน พระโสดาบัน และพระสกทาคามีผู้บรรลุสมาบัติ ย่อมไปอุบัติในภูมิที่ปรารถนาภายในภูมิที่ให้ผลแก่สมาบัติอันตนบรรลุแล้ว

เมื่อปุถุชนยังยินดีในกามภูมิอยู่ ย่อมไปอุบัติในกามภูมิได้อีก ส่วนพระโสดาบัน และพระสกทาคามีย่อมไม่ยินดีในกามภูมิในเมื่อฌานยังไม่เสื่อม ดังนั้น ผู้ที่เสื่อมจากฌานแล้วจึงไปอุบัติในกามภูมิได้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka