Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

(๑๑๙) ในคัมภีร์วิภาวนีเห็นว่าพระโสดาบันและพระสกทาคามีไปอุบัติในกามภูมิ
ได้ด้วยความยินดีในกามภูมิ แล้วกล่าวว่า “เช่นเดียวกันนี้ [คือเมื่อมีความยินดีในกามภูมิ]
ปุถุชนเป็นต้นย่อมไปอุบัติในกามภูมิได้ด้วยอานุภาพของกามาวจรกรรม ดังพุทธวจนะว่า

อิชฺฌติ ภิกฺขเว สีลวโต เจตปนฺธิ วิสุทฺธตฺตา.๑๑๘

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความตั้งใจของผู้มีศีลย่อมสำเร็จด้วยความหมดจดแห่งศีล”

ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะถ้าฌานยังไม่เสื่อม ท่านเหล่านั้นจะไปสู่พรหมโลก
แน่นอน เนื่องจากพวกท่านเรียกว่า ฌานอนาคามี (พระอนาคามีโดยฌาน) ความเสื่อม
แห่งฌานของพวกท่านเกิดจากปลิโพธนั้นๆ อย่างเดียว มิใช่เนื่องกับกามราคะเป็นต้น

ถามว่า : เพราะเหตุใด

ตอบว่า : เพราะได้ข่มกามราคะเป็นต้นด้วยฌานที่มีมรรคเกิดร่วมกัน ดังพระ-
พุทธวจนะในอังคุตตรนิกายว่า

สท ทสสนุปปาททา ภิกฺขเว อริยสาวกสฺส ตีณิ สํโยชนานิ ปหียนฺติ ฯเปฯ โส วิวิจฺเจว
ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมปชฺช วิหรติ. ตสฺมึ เจ สมเย ภิกฺขเว อริยสาวโก กาลํ กเรยย. นตฺถิ
ตสฺส สํโยชนํ. เยน สํโยชนเน สํยุตฺโต อริยสาวโก ปุนยิมํ โลกํ อาคจุฉยย.๑๑๙

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระอริยสาวกย่อมกำจัดสังโยชน์ ๓ [สักกายทิฏฐิ วิกิจฉา
และสีลัพพตปรามาส] พร้อมกับการเกิดขึ้นแห่งโสดาปัตติมรรค...ท่านสัดจากกามคุณ
และอกุศลธรรมแล้ว บรรลุปฐมฌานอยู่ ถ้าท่านพึงเสียชีวิตในขณะนั้น สังโยชน์ที่จะทำให้
ท่านมาสู่กามภูมิอีกย่อมไม่มี”

พระดำรัสเป็นต้นว่า “ถ้าท่านพึงเสียชีวิตในขณะนั้น” หมายความว่า ถ้าพระอริย-
บุคคลนั้นไม่เสื่อมจากฌานที่บรรลุแล้วเสียชีวิตอยู่ ท่านจะไปสู่พรหมโลกแน่นอน แต่เมื่อ
เสื่อมจากฌาน สังโยชน์นั้นก็เป็นปกติโดยแท้

[พระอริยบุคคลข่มกามรากสังโยชน์ด้วยฌาน เมื่อฌานเสื่อม สังโยชน์ดังกล่าวก็ไม่ถูกข่ม
ไว้เหมือนเดิม ส่งผลให้เกิดความพอใจในกามภูมิได้]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka