Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

เป็นสหายของพรหมชั้นมหาพรหม”

            คำว่า พรหมชั้นปาริสัชชา ย่อมรวมเอาพรหมชั้นปุโรหิตเข้าไว้อีกด้วย เพราะ
พรหมชั้นปุโรหิตก็เป็นบริษัทของพรหมชั้นมหาพรหม ดังพระพุทธวจนะในสังยุตตนิกายว่า

            อถ โข ภิกขเว สิขี ภควา อภิภุ ภิกขุ์ อามนฺเตสิ. ปฏิภาตุ ต์ พรหฺมณ พรหฺมุโน
จ พรหฺมปริสาย จ พรหฺมปาริสชฺชานญฺจ ธมฺมิกถา.๑๒๔

            “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขีได้ตรัสกับพระอภิภุว่า
ดูกรท่านผู้ลอยบาป การแสดงธรรมจงปรากฏแก่ท่านเพื่อพรหม [ชั้นมหาพรหม] บริษัท
ของพรหม [ชั้นปุโรหิต] และพรหมชั้นปาริสัชชา”

            เมื่อความเป็นบริษัทปรากฏอยู่ พรหมชั้นปุโรหิตย่อมได้ชื่อว่ามีอยู่ในบริษัท
ในพระบาลีนั้น พระดำรัสว่า “เพื่อพรหม” คือ เพื่อพรหมชั้นมหาพรหม
พระดำรัสว่า “เพื่อบริษัทของพรหม” คือ เพื่อหมู่พรหมชั้นปุโรหิต

            ถามว่า : การจัดพรหมชั้นปุโรหิตเหล่านี้เข้าในคำว่า “ไม่เข้าถึงความเป็นสหาย
ของพรหมชั้นมหาพรหม” นี้ ย่อมสมควรมิใช่หรือ เพราะปรากฏข้อความว่า “ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพรหมชั้นปาริสัชชา”

            ตอบว่า : ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น เพราะได้ปฏิเสธความเป็นผู้นำในที่นี้ เนื่องจาก
กล่าวไว้ร่วมกับท้าวสักกะเป็นต้นผู้เป็นใหญ่ว่า ยำ อิตฺถี สกุกตฺตํ กเรยฺย ฯเปฯ มารตฺตํ กเรยฺย
ฯเปฯ พรหฺมตฺตํ กเรยฺย, เนตํ ฐานํ วิชชติ๑๒๕ (การที่สตรีพึงกระทำความเป็นท้าวสักกะ มาร
หรือพรหม ข้อนั้นมิใช่ฐานะ) ดังเนตติกรณ์กล่าวว่า

            อิตฺถี มหาพรหฺมา สิยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.๑๒๖

            “การที่สตรีพึงเป็นท้าวมหาพรหม ข้อนั้นมิใช่ฐานะ”

            ข้อความนี้แสดงว่าพรหมชั้นปาริสัชชาและพรหมปุโรหิตมีได้ในพรหมโลกชั้นสูง
มีเวหัปผลาเป็นต้น ดังสาธกในอรรถกถาสังยุตตนิกายว่า

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka