ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ถามว่า : กรรมที่ก่อให้เกิดภพนั้นๆ ของสัตว์ทั้งหมดผู้เสียชีวิตอยู่ ย่อมหมดไปหากเป็นตามนี้ เหตุไฉนจึงกล่าวข้อความอื่น[มีการสิ้นไปแห่งอายุขัยเป็นต้น]
ตอบว่า : สภาพที่กรรมหมดกำลังโดยเนื่องกับหน้าที่ของตน คือการหมดกรรมในที่นี้ ส่วนฤดูกาลและอาหารที่มีภายในหรือภายนอกของสัตว์อันกระทำอายุขัยต่างๆ โดยจำแนกเป็นเวลา ๑๐ ปี ๒๐ ปี และตราบจนถึงอสงไขยเป็นต้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับชนทั้งหมดในหมู่สัตว์นั้นๆ มี ๓ ประการ คือ ทำความดำรงอยู่ ทำความเจริญ และทำความเสื่อมแก่อายุขัยนั้นๆ
เมื่ออกุศลมูลเจริญอยู่ สิ่งเหล่านั้นย่อมทำความเสื่อม แต่เมื่อกุศลมูลเจริญอยู่สิ่งเหล่านั้นย่อมทำความเจริญ ครั้นมูลเหตุทั้งสองดำรงอยู่เสมอกัน สิ่งเหล่านั้นก็ดำเนินไปเสมอกันทำความดำรงอยู่ อายุขัยของสัตว์สัตว์ดำรงอยู่เสมอได้ในบางแห่งด้วยอำนาจของฤดูกาลและอาหารเหล่านั้น บางแห่งบางคราวเสื่อมลง บางคราวเจริญขึ้น ฤดูกาลและอาหารที่ทำความดำรงอยู่เป็นต้นทั้งสามเหล่านี้ ย่อมครอบงำหมู่สัตว์นั้นๆ แล้วกำหนดอายุขัย ดังนั้น กรรมที่ก่อให้เกิดอายุอสงไขยและส่งผลให้เกิดสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ เมื่อให้ผลในช่วงเวลาที่มนุษย์มีอายุ ๑๐ ปี ย่อมจะให้สมบัติและความเป็นใหญ่ที่สมควรแก่อายุขัยนั้นแล้วหมดไปโดยเนื่องกับเวลา ๑๐ ปี รูปธรรมที่เกิดในหมู่สัตว์ แม้เมื่อเกิดมีในกระแสขันธ์ของพระสัพพัญญูก็เป็นไปอย่างนั้น ย่อมน้อมไปตามฤดูกาลและอาหาร ยกเว้นผู้รู้การปรุงแต่งชีวิตด้วยอิทธิฤทธิ์ วิทยาคม และยารสยานะ [ยาอายุวัฒนะชนิดหนึ่ง] ดังอรรถกถาของมหาปทานสูตรกล่าวว่า
สพฺเพปิ สพฺพญฺญุพุทฺธา อสงฺเขยฺยยุยกาก. กสฺมา เต อสงฺเขยฺยย่ น อฏฐํสูติ.
อตฺุโภชนวิปตุติยา. อตฺุโภชนวเนสน หิ อายุ หายตีปิ วฑฺฒตีปิ.๑๓๑
“พระพุทธเจ้าทุกพระองค์มีอายุหนึ่งอสงไขย [ถามว่า] เหตุไฉนพระองค์จึงไม่มีดำรงชีพอยู่ตลอดอสงไขย [ตอบว่า] เพราะฤดูกาลและอาหารวิบัติไป อายุย่อมเสื่อมบ้าง เพิ่มขึ้นบ้างโดยเนื่องกับฤดูกาลและอาหาร”
ด้วยเหตุนี้ เมื่อรูปธรรมที่มีสมุฏฐานสองอย่าง[คือฤดูกาลและอาหาร]ซึ่งเป็นเหตุ